วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เทคนิคการสร้าง BLOGGER อย่างมืออาชีพ[หาเงิน หางาน หารายได้]

เทคนิคการสร้าง BLOGGER อย่างมืออาชีพ[หาเงิน หางาน หารายได้]
By : thaipays

=================================
คัมภีร์โกยเงินล้านจาก BLOGGER !!!!! แบบ Step by Step
http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,18355.0.html
HOW To Start your Tool
http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,18356.0.html
7 ROAD MAP สู่การทำ BLOGGER อย่างมืออาชีพ
http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,18493.0.html
เทคนิคการสร้าง Blogger แบบมืออาชีพ
http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,18713.0.html
เทคนิคการสร้าง โฆษณาบน BLOG ของคุณ พร้อมสูตรพิเศษ
http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,18948.0.html
การทำ SEO กับ BLOG แบบ STEP BY STEP สูตรที่ 1 (สัมมนา thaipays)
http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,19189.0.html
การทำ SEO กับ BLOG แบบ STEP BY STEP สูตรที่ 2
http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,19928.0.html
===================================
สวัสดีครับเพื่อนๆ ภายหลังจากที่เราได้ทำการเลือก keywords และ super keywords เรียบร้อยแล้ว (สำหรับเพื่อนๆที่ยัง ไม่ได้ทำการเลือก super keywords ให้ทำการเลือกและส่งการบ้านก่อนนะครับ) ขั้นตอนต่อมาที่เราจะทำคือ การสร้าง บล็อกโดยใช้ blogger แบบมืออาชีพซึ่งถ้าพูดถึงเรื่องของการสร้าง blogger เพื่อนๆ อาจทำเป็นอยู่แล้ว หรืออาจมีรหัสบล็อกเกอร์อยู่แล้ว แต่ถึงอย่างไรถ้าเพื่อนๆต้องการเติมความรู้ กับการสมัคร blogger โดยใช้โมเดลการอบรมนี้ก็ลองศึกษา และปฏิบัติดูได้นะครับ

แต่ก่อนที่เราจะทำการสมัคร blogger เรามาทำการทบทวนเครื่องมือที่ และ การบ้านที่เราจะต้องเตรียมไว้ให้เรีบร้อยก่อนนะครับ ถ้าไม่ทำ พอถึงบทสัมมนาต่อๆไป จะไม่สามารถทำได้นะครับ และถ้าเพื่อนๆคนใดลงมือทำพร้อมๆกันไปตอนนี้ ข้อดีประการนึงที่เราจะได้รับคือ จะทำให้เรามีรายได้ทันทีเมื่อถึงขั้นตอนที่เราจะปั้มเงิน ซึ่งถ้าเราไม่ทำการบ้านมาก่อนจะทำให้เรา เวลาเริ่มทำตามโมเดลนี้จริงๆ เราก็ต้องมาเริ่มทำตามการบ้านที่ได้ให้ไว้ ซึ่งโมเดลนี้เราไม่สามารถลัดขั้นตอนใดๆได้เลยครับ ลองคิดดูสิครับ คนอื่นๆทำเงินกันไปแ้ล้ว แต่เรายังต้องมาทำตามขั้นตอนอยู่ ซึ่งอาจทำให้เราเสียเวลาโดยไม่จำเป็นนะครับ

โอเค เรามาดูกันว่าเราได้เตรียมอะไรไว้บ้าง1.ตอนนี้เราต้องเตรียมแฟ้ม keywords จำนวน 10 บล็อก ซึ่งมาจากหมวด ที่เราทำการเลือกมาแล้วเป็นลำดับที่หนึ่ง ยกตัวอย่างเช่นผมเลือกหมวด 1.Business to Business โดยมี keywords ที่จะนำมาทำ blog ดังนี้ money business sme profit risk financial freedom rich poor blog
2.เราทราบวิธีการในการนำ keywords ในแต่ละตัวมาทำการหา sub keywords จำนวน 100 คำ ได้แล้ว

ซึ่งถือว่าเราพร้อมแล้ว ที่จะทำการทำบล็อกเกอร์ครับ โดยการสมัครบล็อกเกอร์ เราจะใช้โมเดลดังนี้ครับ
1.เราต้องสมัคร อีเมล์ของ จีเมล์จำนวน 1 รหัส
2.โดย1 รหัสของ บล็อกเกอร์ เราจะใส่บล็อกเพียง 10 บล็อกเท่านั้น

มาดูทีละขั้นตอนเลยนะครับ

อันดับแรกเริ่มทำการสมัครเป็นสมาชิกจีเมล์ก่อน




ซึ่งถ้าเพื่อนๆได้ทำการบ้านข้อแรกมาแล้วก็จะมีรหัส จีเมล์แล้วก็ให้ใช้รหัสนั้นได้เลยนะครับ แต่ถ้ายังไม่ได้สมัคร ให้เพื่อนๆทำการสมัครเป็นสมาชิก จีเมล์ โดยทำตามขั้นตอน และแนวทางต่อไปนี้นะครับ
เนื่องจากว่า เราจะต้องใช้รหัส จีเมล์จำนวน 10 รหัส ในการรองรับ bloogger ของเราจำนวน 100 บล็อก ดังนั้นผมแนะนำให้เพื่อนๆทำการสมัคร สมาชิกจีเมล์ทันทีตอนนี้เลยครับ โดยทำตามแบบนี้นะครับ ตือเวลาสมัครให้ใช้ auto fill เข้าช่วยจะทำให้ไม่ต้องมานั่งกรอกรายละเอียดหลายรอบ จากนั้นชื่ออีเมล์ให้เราตั้งแนวนี้นะครับ

[หาเงิน หางาน หารายได้]

โค๊ด:
ann01@gmail.com
ann02@gmail.com
ann03@gmail.com
ann04@gmail.com
ann05@gmail.com
ann06@gmail.com
ann07@gmail.com
ann08@gmail.com
ann09@gmail.com
ann10@gmail.com
เห็นข้อสังเกตอะไรบ้างไหมครับ จะเห็นว่าผมจะใส่ตัวเลขลงไปใน ชื่อเมล์ด้วยเหตุที่ใส่ลงไปเพราะว่าจะช่วยให้เีราทราบว่าเราสมัครไปกี่รหัสแล้ว และจะทำให้เราทราบหมวดของ เมล์ที่จะลงด้วยว่ารหัสไหนอยู่ในจีเมล์อะไร

บางทีถ้าเพื่อนๆ กำลังกรอกและทำตามขั้นตอนนี้อาจเกิดความคิดเรื่องของการโปรโมตว่า ถ้าเรามีบล็อและรหัสมากขนาดนี้มันจะไม่ยุ่งยากเหรอ เวลาอัพเดท หรือเวลาต้องมาปรับปรุงข้อมูล ผมก็ต้องขอตอบว่าไม่ใช่ครับสำหรับโมเดลนี้ ลักษณะของโมเดลที่เพื่อนๆกำลังใช้นี้ จะเป็นการทำในลักษณะที่ว่า การทำบล็อกของเราคือการสร้างท่อน้ำเท่านั้น ความย่งยากของเราคือตอนที่เราสร้างท่อน่ำ แต่เมื่อเราสร้างท่อน้ำเสร็จแล้ว หน้าที่ของเราคือการเปิดน้ำและก็รอให้น้ำไหลออกมา ซึ่งเมื่อเราสร้างท่อเสร็จก็คือเสร็จงานแล้ว นี่แหละคือโมเดลนี้ เราไม่ตองมานั่งทำงานตลอดชีวิต ขอเพียงแค่เราใส่ใจในขั้นตอนของการ สร้างท่อน้ำเท่านั้น เราก็จะมีน้ำไว้ใช้อย่างเหลือเฟือ และแน่นอนว่า ถ้าเรามีท่อน้ำจำนวนมหาศาล เราจะมีน้ำไว้ใช้เพียงพอตลอดชีวิตและจนชั่วลูกหลานเลยทีเดียว ดังนั้นอย่าลืมนะครับ ทุกโมเดลนี้ทำด้วยความตั้งใจ และท่อน้ำของเพื่อนๆก็จะสมบูรณ์ครับ

โอเค โม้มานาน มาลุยกันต่อตอนนี้ทำการสมัครเมล์ให้เรียบร้อยนะครับ และอย่าลืมรหัสล่ะครับเพราะเราต้องนำมาใช่อีกในบทสัมมนาหน้า

เมื่อเราทำการสมัครเสร็จแล้ว ทีนี้เราก็พร้อมใช้มันมาทำการสมัคร บล็อกเกอร์แล้วครับ

อันดับที่สอง ทำการสมัคร blogger




โดยให้เราใช้รหัสของ จีเมล์ทำการสมัครนะครับ ann01@gmail.com จุดสังเกต คือเราจะเห็นว่าตอนที่เราสมัครนั้น เราจะเห็นชัดเจนว่า เราไม่ต้องทำการกรอกรหัส หรือรายละเอียดการสมัครอีกครั้ง ทำให้การสมัครของเรานั้นง่ายมาก แต่มีสูตการทำการสมัครตามขั้นตอนดังนี้ครับ

1.เข้าไปที่ www.blogger.com โดยใช้รหัสของ Gmail ซึ่งเมื่อเรามีรหัสของ จีเมล์แล้ว เราจะไม่ต้องทำการกรอกสมัครสมาชิกให้ยุ่งยากเลยครับ




[หาเงิน หางาน หารายได้]
2.ในขั้นตอนที่เขียนว่า Name your Blog จะมีช่องให้กรอกดังนี้ (ให้เรากรอกตามสูตรที่อธิบายไว้)




Blog title ตรงนี้ให้เราเอาชื่อ super keywords มาใส่ซึ่งถ้าเราไม่ใช้ super keywords เราจะไม่สามารถใช้ มันเป็นบ่อดึง ทราฟฟิกได้เลยนะครับ (สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่า super keywords คืออะไรก็ต้องส่งการบ้านก่อนนะครับ)

Blog address ให้เราใส่ super keywords ลงไปเช่นเดียวกันครับ ในหรณีที่เป็นคำผสม เราจะใส่เครื่องหมายคั่น - ระหว่างคำผสมสองคำหรือสามคำครับ มีเทคนิคเพิ่มเติมว่า ถ้าเราไม่ใช้ SK บล็อกของเราก็จะไม่ใช่บ่อดึงทราฟฟิกเลย ซึ่งตรงนี้หลายคนที่เริ่มงานกับ blogger จะทำผิดบ่อยมากๆ

Word Verification ตรงนี้ให้เราใส่ตัวอักษรที่ปรากฎลงไปครับ

กด continue

3.เลือก template
เราจะเห็นว่ามี template ให้เราเลือกหลายอัน ซึ่งคนส่วนใหญ่จะไม่ทำการใส่ใจมากนักกับการเลือก template แต่หารู้ไม่ว่าแต่ละ template นั้นการทำเงินที่แตกต่างกันมาก โดยมีอยู่เพียงสอง template เท่านั้น ที่ทำเงินมากที่สุด ซึ่งใน blog จำนวน 10 blog แรกนี้ให้เราใช้ template นี้นะครับ




minima อันนี้ทำเงินได้มากที่สุดในบรรดาเทมเพลตทั้งหมด และยังติดอันดับ seo ได้เร็วที่สุดกว่าบรรดาทุก template


dots อันนี้ทำเงินได้เป็นอันดับที่สองในบรรดาเทมเพลตทั้งหมด และยังติดอันดับ seo ได้เร็วที่สุดกว่าบรรดาทุก template [หาเงิน หางาน หารายได้]

เมื่อเลือก template เสร็จแล้วให้เราทำการกด continue

ซึ่งเมื่อเราทำการกดแล้วก็จะถือว่าเราได้ทำการสร้างบล็อกเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อว่าเราจะต้องทำการ set ค่าต่อไปนี้ให้เรียบร้อยก่อน

4.Post Article ก่อน




โพสต์บทความอันแรก เพื่อนๆจะโพส์อะไรกันเอ่ย ผมว่าหลายคนก็หลากหลายกันไปใช่ไหมครับ แต่ถ้าเพื่อนต้องการทำงเิงินเร็วและให้ติด seo เร็วๆ ให้ทำการโพสต์หัวข้อแรกด้วยประโยคดังต่อไปนี้ครับ

Title = ให้เอา keywords หลักที่เราเอามาทำ blog มาเขียนไว้ตรงนี้
Content = ให้ใส่ประโยคนี้ลงไป โดยตรงที่เขียนว่า xxx ให้แทนด้วย keywords ที่เราเลือกมาทำเป็นหัวข้อบล็อก

Welcome to my xxx blog.Here you will learn about xxx tips and how to find good information.

IMPORTANT เพื่อไม่ให้รหัสของเพื่อนๆถูกยกเลิก ดังนั้นอย่าทำการ Post บทความเกิน สามครั้งต่อวัน ต่อบล็อก ผมเคยทำมาแล้วถูกยกเลิกรหัสเลย ดังนั้น ตรงนี้ขอให้เพื่อนๆระวังด้วยนะครับ

หลังจากที่เราได้ทำครบทั้ง สี่ขั้นตอนนี้แล้วก็ถือว่า เราได้เริ่มต้นทำฐานของท่อหนึ่งท่อเสร็จแล้ว ซึ่งในขั้นตอนต่อไปเราจะมีเรียนรู้วิธีการในการลงบทความแบบพิเศษกันนะครับ แต่ในตอนนี้เพื่อให้เราเตรียมความพร้อมให้มากที่สุดก่อนจะทำการลงบทความ ให้เพื่อนๆทำการ สร้าง บล็อกจำนวน 10 บล็อก โดยใช้ super keywords สำหรับรหัสบล็อก รหัสที่ 1 จากนั้นถ้าขยันมาก ก็ทำรหัสที่ 2 3 4 ไปจนถึง 10 ได้เลยครับ ความสำเร็จของเพื่อนๆไม่ต้องรอระยะเวลา หรือฤกษ์ยามนะครับ ทำตอนนี้เลยดีที่สุด และอย่าลืมหาสมุดบันทึกสักเล่ม เอาไว้บันทึกการทำงานนี้ นะครับจะได้มีความรู้สึกว่าเรากำลังทำงานที่ยิ่งใหญ่ และทำให้เราเห็นความก้าวหน้าของตนเองด้วยนะครับ โอเค ถ้าเพื่อนๆทำเสร็จแล้วเพื่อนๆจะมีบล็อกเพื่อรอทำในบทต่อไปจำนวน 100 บล็อก จากรหัส 10 รหัสครับ และถ้าต้องการเช็คว่า สิ่งที่เราทำนั้นถูกต้องหรือไ่ม่ก็ สามารถทำการบ้านมาส่งได้นะครับ

การบ้าน ให้เพื่อนสร้างบล็อกจำนวน 10 บล็อก จากนั้นให้ส่งมาตรวจได้ที่ thaisawapon@gmail.com โดยส่งเฉพาะโดเมนเนมเท่านั้น ดังตัวอย่างข้างล่างนะครับ สำหรับใครที่ยังไม่ได้ส่งการบ้านสองชุดแรก ต้องทำการส่งก่อนนะครับ ห้ามลัดขั้นตอนมาส่งข้อที่สามนะจ้ะ

[หาเงิน หางาน หารายได้]

ป้ายกำกับ: ,

จะทำเงินจาก Blog ได้ยังไงบ้าง?

จะทำเงินจาก Blog ได้ยังไงบ้าง?

เวลาพูดถึงการหารายได้จาก Web หรือ Blog หลายๆท่านคงคุ้นเคยกับ Banner โฆษณาที่ติดอยู่ในเว็บ ไม่ว่าจะเป็นข้างบนหรือข้างล่าง แต่จริงๆแล้วนอกเหนือจากแบนเนอร์ที่เห็นกันจนชินแล้ว ทั้ง Web และ Blog ก็ยังสามารถหารายได้ได้จากวิธีอื่นๆอีกมากมาย


แต่ส่วนใหญ่การหารายได้มักจะเหมาะกับ Blog หรือ Web ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก เพราะต้องยอมรับว่าคนที่จะลงโฆษณาใน Blog หรือ Web เราที่เป็นคนไทยนั้นน้อย ส่วนใหญ่ก็มีแต่คนต่างชาติ เพราะฉะนั้น Blog หรือ Web ที่เนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษ ก็จะมีโอกาสมากกว่าเวลาที่สมัครขอใช้บริการ

แต่ก็มีอีกหลายๆวิธีที่ไม่ว่าเนื้อหาจะเป็นภาษาอะไรก็สามารถทำได้ ลองพิจารณาดูนะครับ

Contextual Advertising
การหาเงินจาก Blog นั้นมีอยู่หลายวิธี แต่ที่นิยมกัีนในปัจจุบัน จะเป็นการติดโฆษณา ที่เรียกว่า ?Contextual Advertising? หรือ โฆษณาที่จะแสดงออกมาให้ตรงกับเนื้อหาของเราโดยอัตโนมัติ เช่น เราเขียนเกี่ยวกับเรื่องโทรศัพท์มือถือ ถ้าเกิดโฆษณาที่ติดใน Blog แสดงออกมาเกี่ยวกับรถยนต์ คนอ่านก็อาจจะไม่สนใจดู แต่ ?Contextual Advertising? อาจจะเลือกเอาโฆษณาเกี่ยวกับร้านขายมือถือขึ้นมาแสดง แน่นอนคนอ่านก็ย่อมสนใจมากกว่าและก็จะเกิดการ Click เข้าไปดูโฆษณานั้นๆ ซึ่ง ?Contextual Advertising? ก็มีหลายที่ เช่น Google Adsense, Yahoo! Publisher Network, MSN adCenter

ซึ่งส่วนใหญ่มักจะจ่ายเงินให้เราเมื่อมีการ Click ที่โฆษณา หรือเรียกว่า PPC (Pay Per Click)



ขายพื้นที่โฆษณา
เราสามารถจะขายพื้นที่โฆษณาใน Blog หรือเว็บได้เหมือนกับหนังสือพิมพ์เลย ถ้าเกิดมีคนสนใจจะลงโฆษณาบน Blog ของเรา เขาก็อาจจะซื้อพื้นที่เป็นรายสัปดาห์ หรือรายเดือนก็ได้ หรือจ่ายเป็น CPM (ราคาต่อการแสดง banner 1000 ครั้ง) แต่ Blog ของคุณก็ต้องดังพอตัวแหละ เพราะไม่เช่นนั้น ก็ไม่มีใครสนใจมาลงโฆษณากับคุณ ซึ่งทางผู้ให้บริการ เช่น AdBrite , BlogAds , BidVertiser , Text Link Ads เขาก็จะมีการประเมินราคาที่น่าจะเป็นให้คุณอยู่แล้ว



Affiliate Programs
ถ้าเราสนใจอยากจะเป็นนายหน้าขายสินค้าเพื่อรับค่า Commission ก็ทำได้ง่ายๆ เพราะแค่นำ link หรือ Banner ของสินค้าหรือของ Affiliate ที่น่าสนใจ หรือเกี่ยวข้องกับเนื้อหาใน Blog เรา มาแปะลงไป เมื่อมีผู้สนใจคลิ๊กเข้าไปดู แล้วสั่งซื้อสินค้าหรือบริการ คุณก็จะได้รับค่า Commission ตามที่ได้ตกลงกันไว้ ซึ่งคุณก็ไม่ต้องไปกังวลเรื่องสินค้าหรือการเก็บเงิน เพราะมีผู้ให้บริการที่จะคอยรวมเงิน หรือเก็บสถิติ และนำเสนอสินค้าใหม่ๆให้คุณ ที่นิยมกันก็มี Amazon, Commission Junction , Linkshare, Clickbank

ขายโฆษณาบน Text Link หรือคำ, ประโยค
เวลาที่เราอ่าน Blog อยู่แล้วเห็น Link ที่มีขีดเส้นใต้ 2 เส้น นั้นแหละใช่เลย พอเราเอา Mouse ไปวางบน link ก็จะปรากฎโฆษณาขึ้นมา ทั้งข้อความและเป็น Video คิดดูแล้วกันว่า ขนาดคำหรือประโยคใน Blog หรือเว็บยังเอามาขายได้เลย ผู้ให้บริการ IntelliTXT



ขอ Sponsor
อาจจะไม่ได้เป็นรูปแบบของตัวเงินเสมอไป แต่อาจจะเป็นสินค้าหรือบริการก็ได้ ถ้าคุณทำ Review สินค้าอยู่เรื่อยๆ ก็อาจจะขอให้บริษัทผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่าย ร้านค้า ให้ยืมสินค้ามาทดสอบ หรือแม้กระทั้งเป็นของรางวัลก็ยังไหว แต่งานนี้คุณต้องมีแผนที่ชัดเจน และกล้าๆคุยหน่อย ในกรณีที่คุณไม่ได้เป็นที่รู้จักกว้างขวางนัก (ในเมืองไทย วิธีนี้ก็ใช้ได้นะครับ เห็นมีหลายๆที่ก็ทำกัน โดยเฉพาะพวกมือถือ อุปกรณ์คอม หรือแม้กระทั่ง รถยนต์)

บริจาค
บางที่ก็ไม่มีโฆษณา แต่ขอเป็นการบริจาคแทน อาจจะเป็นค่า Server หรืออะไรก็แล้วแต่ มักใช้ได้ดีกับ Blog หรือเว็บที่มีคนติดตามเป็นแฟนอย่างเหนียวแน่น โดยอาจจะโอนเงินมาให้ แต่ที่ง่ายสุดก็คือใช้ Paypal (บ้านเราก็โอนเงินผ่าน ATM เอา)

ขายสินค้า
จะเป็นแก้วน้ำ เสื้อยืด ปากกา หนังสือ cd หรืออะไรก็ได้ ทำออกมาขายกับแฟนๆของ Blog ทำให้ดูดีกว่าการบริจาค และอาจจะได้เงินเยอะกว่าด้วย อีกทั้งยังเป็นการสร้าง Brand กลายๆอีกต่างหาก เวลามีคนเดินใส่เสื้อยืดที่มี logo ของ Blog เรา



สมัครสมาชิก
ถ้า Blog ของคุณมีเนื้อหาที่น่าสนใจสุดๆ หาอ่านที่ไหนยาก หรือพิเศษมากๆ การจ่ายค่าสมาชิกก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ดีทีเดียว เพราะจะเป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคง ไม่แกว่งขึ้นลงในระยะยาว

อื่นๆ
Chitika?s eMiniMalls นั้นเป็นโฆษณาแบบใหม่ที่มาแรง เพราะจะแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ Blog เราออกมา ซึ่งการทำงานก็คล้าย Adsense แต่ว่าแสดงเป็นตัวสินค้าออกมาเลย แต่ก็สามารถเลือกบังคับให้แสดงสินค้าตาม Keyword ที่เราต้องการได้เหมือนกัน จ่ายเงินแบบ PPC ตาม Click ซึ่งบางครั้งก็ให้เรทที่สูงกว่า Adsense และมี Click through Rate ที่สูงกว่า เพราะว่านอกจาก Ads แล้ว ยังมีรูปประกอบ Review และเปรียบเทียบราคาอีกด้วย


อาจจะมีอีกหลายอย่าง หลายบริษัทที่ไม่ได้แนะนำไป ก็คัดเอาที่น่าสนใจมาแนะนำกัน ถ้าใครมีวิธีดีๆก็แนะนำกันเข้ามาได้นะครับ



http://www.basicstep.net/adsense/how-to-make-money-from-blog/

ป้ายกำกับ: ,

เทคนิคการโปรโมทเว็บ และ Blog ให้ติดอันดับด้วย SEO ขั้นพื้นฐาน

การโปรโมท blog หรือ Web ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนที่จะเอาดีในด้านการให้ข้อมูลอย่างมืออาชีพ ด้วยเหตุที่ว่าเราจะสร้างเว็บ หรือ blog มาทำไมในเมื่อไม่อยากให้ใครเห็น หรือ ใครพบเว็บ หรือ บล็อกของเรา

ในการเขียนบล็อก หรือ เว็บไซต์นั้น สำหรับธุรกิจโดยทั่วไปย่อมหวังที่จะให้ได้รับผลตอบแทนอย่างต่อเนื่อง จากเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่มีมา Internet ก็คืออีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยทำให้เกิดช่องทางในการนำเสนอสินค้าและบริการ สำหรับผู้ประกอบการทั่วไป แต่ด้วยเหตุที่ในการนำเสนอสินค้าและบริการต่าง ๆ เหล่านั้นต่างก็มีผู้ประกอบการต่าง ๆ มากมายนำเสนอเช่นเดียวกันเป็นจำนวนมากหลายหมื่นหลายล้านเว็บไซต์ทั่วประเทศ เครื่องมือค้นหาอย่าง Search Engine? ถูกนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์มากขึ้น จึงมีการนำเสนอโฆษณารูปแบบ PPC (จะนำเสนอในครั้งต่อไป) แต่ก็เป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายทุก ๆ เดือนไปตลอดที่มีการโฆษณา เมื่อใดก็ตามที่ไม่มีการโฆษณาเว็บของเรา หรือ blog ของเราก็จะหายไปในบัดดล เว้นแต่ว่าคุณได้ทำการปรับปรุงและพัฒนาการทางด้าน SEO มาก่อนที่จะหยุดทำการโฆษณานั้น ๆ จนติดหน้าแรกไปแล้ว

การโปรโมทเว็บเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องมีการวางแผนที่ ดี แต่ก็อาจเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก ซึ่งบางครั้งอาจมองว่าไม่คุ้มกับการ โปรโมทเว็บ หรือ โปรโมทบล็อก ด้วยซ้ำไปวันนี้ Make Many จะนำเสนอเรื่องราวทางด้านเทคนิคในขั้นพื้นฐานสำหรับการ โปรโมทเว็บ หรือ โปรโมท blog กันครับที่ประหยัดเวลาและไม่ต้องเสียเงินในการโปรโมทด้วยครับ

เทคนิคการโปรโมทเว็บ หรือ blog ให้ติดอันดับใน Search Engine
ก่อนที่เราจะทำการโปรโมทเว็บ หรือ โปรโมท blog ของเรานั้นเราต้องทำการสำรวจ ข้อมูลและเว็บ หรือ blog ของเราเสียก่อนครับโดยให้คุณดำเนินการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ครับ เพื่อง่ายต่อการเข้าใจคุณสามารถ ศึกษาข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติม เรื่อง ?SEO คืออะไร? และ ?Blog กับ SEO? กันเสียก่อนหนะครับจะได้เข้าใจตรงกันครับ

ขั้นตอนการโปรโมทเว็บไซต์/โปรโมท blog
1. Study ทำการศึกษาข้อมูลต่าง ๆ คีเวิร์ดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ เว็บหรือบล็อกของเรา รวมไปถึงคีเวิร์ดที่ไกล้เคียงกันให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ เช่น ธุรกิจเกี่ยวกับอะไร คำค้นหาหลักอะไร หรือ สินค้าอะไร ได้ยิ่งดีเอาแบบตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด เพราะถ้าหากว่าทำแบบกว้าง ๆ อาจไม่ได้ผลในทางที่เป็นการค้าหรือธุรกิจควรให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด ครับ

2. Website Optimization ทำการปรับปรุงเนื้อหา และ การปรับแต่งเว็บเพื่อให้เข้าสู่กระบวนการ SEO ตามแบบฉบับที่เหมาะสม หลักการก็คือพยายามใช้ HTML แบบโบราณให้ได้มากที่สุด เพราะนั่นจะทำให้ Search Engine ชอบมาก ๆ ครับ ถ้าหากไม่ทราบแนวทางในการปรับแต่งสามารถศึกษาข้อมูลการปรับแต่งแบบโบราณได้ จาก W3C ครับ

3. Website Submission คือการส่งบัติเชิญเหล่า Search Engine ต่าง ๆ ให้มาเก็บข้อมูลที่เราได้ทำการปรับปรุงใหม่นั้น ๆ เพื่อให้ได้รับการ Index ข้อมูลใหม่ ๆ เข้าไปและเป็นการปรับปรุงฐานข้อมูลให้กับ Search Engine ด้วยครับ

4. Evaluation ทำการติดตามผลและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูความเคลื่อนไหวในการติดอันดับในระดับต่าง ๆ และ คีเวิร์ดต่าง ๆ ด้วยครับ

5. Fine Tuning ปรับปรุงเนื้อหาของเว็บไซต์ หรือ บล็อกของเราตลอดเวลาครับ หรือ ทุกวันได้จะดีมากครับเพราะจะทำให้ Robot ของ Search Engine เข้ามาทำการเก็บข้อมูลบล็อก หรือเว็บของเราเป็นประจำ ข้อสำคัญต้องสอดคล้องกับ Keyword ของเราด้วยหนะครับ

เพียงเราทำตามขั้นตอนต่าง ๆ แบบง่าย ๆ อย่างนี้ไม่เกิน 6 เดือน Blog หรือ Website ของเราก็จะเริ่มติดอันดับไปทีละ Keyword เรื่อย ๆ และ น่าจะได้อันดับที่ดีพอสมควรครับ ในการโปรโมทเว็บ หรือ blog ด้วยหลักการทาง SEO นั้นต้องอาศัยระยะเวลา เนื่องจากเราต้องรอให้ Search Engine ต่าง ๆ ได้ทำการปรับปรุงเว็บเราไปให้ได้มากที่สุดเสียก่อน หรือ ให้ตรงกับคีเวิร์ดของเราให้มากที่สุดก่อน แต่ก็คุ้มค่าในระยะยาวครับ เพราะถ้าเราติดอันดับแล้วเราก็จะทำการปรับปรุงพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ จนนิ่งและได้รับความน่าเชื่อถือในเรื่องข้อมูลมากขึ้น.

สิทธิศักดิ์? บุญมาก
Make Many
หมายเหตุ : หากท่านใดต้องการนำเนื้อหาภายใน blog แห่งนี้ไปใช้กรุณาแจ้งมาที่ผมด้วยหนะครับ หรือ ทำลิงค์กลับมาหน่อยก็ดีครับจะขอบคุณอย่างสูงครับ

ส่งบัตรเชิญ Search Engine ได้จากลิงค์ด้านล่างนี้ครับ
http://www.google.com/addurl/?continue=/addurl

ป้ายกำกับ: ,

วิธีการสมัคร adsense ให้ผ่านสร้างรายได้ออนไลน์จาก blog

ในการสมัครให้ได้ Account ของ adsense ก็ไม่ยากครับ ลองมาดูขั้นตอนการสมัครให้ได้ account ของ google adsense กันครับซึ่งก็มีข้อจำกัดอยู่หลายอย่าง เช่น ตอนนี้ทาง google ยังไม่มีนโยบายรับเว็บไซต์ที่เป็นภาษาไทย เว็บไซต์ที่มีความสลับซับซ้อนหรือ graphics มากๆส่วนใหญ่จะไม่ผ่าน สำหรับ web master มือใหม่ทั้งหลายที่ยังไม่อยากลงทุนมากนัก ก็สามารถใช้บริการของฟรีได้ที่ blogger ซึ่งเป็นบริการฟรีของ google โดยไม่ต้องไปจดโดเมนเนมในราคาปีละ 300-500 บาทซึ่งแล้วแต่เราจะไปสมัครกับนายหน้า(reseller)บริษัทไหน แต่ชื่อโดเมนที่ได้จะ
เป็น .blogspot.com และก็ไม่ต้องเสียค่าเช่า hosting อีกเป็นหลักพันบาทต่อปี หรือถ้าหากใครอยากได้โดเมนที่มีชื่อเป็น .com,.net,etc ก็สามารถไปเลือกจดได้ตามใจชอบครับ3 ขั้นตอนสุดง่ายให้ได้บัญชีของ google adsense
1. สมัครใช้ฟรีบล๊อค
2. ลงมือเขียนเรื่องที่สนใจเป็นภาษาอังกฤษ
3. สมัครขอบัญชี google adsense

มาเริ่มสมัคร blogger กันเลยดีกว่าครับ หรือใครจะใช้ฟรีบล๊อคตัวอื่นก็ไม่ว่ากัน แต่ที่ผมเลือกใช้ blogger เพราะจะได้เครดิตจาก google และโอกาสที่จะสมัครได้บัญชี adsense ก็สูงไปด้วย
ในขั้นแรก...สำหรับผู้ที่มีบัญชีของ gmail อยู่แล้วสามารถ login เข้าไปใช้ blogger ได้ทันทีที่หน้าเว็บ http://www.blogger.com หรือจะสมัครขอบัญชีของ blogger เองก็ได้ครับ เมื่อได้บัญชีมาเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาที่จะลงมือเขียน blog กันซะที! ก็มาถึงขั้นตอนการ create a blog หรือสร้างบล๊อค โดยคลิ๊กที่ tab create a blog จากนั้นก็ให้ใส่ชื่อ(blog title) และก็ blog address(url) ในการตั้งชื่อ url นี้ถ้าจะให้ดีไม่ควรจะยาวเกินไปและสื่อความหมายที่สัมพันธ์กับเนื้อหาภายในเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี และก็ควรที่จะทำให้ blog มีเนื้อหาที่ดีและทุ่มเทอย่างเต็มที่ มันจะทำให้ blog ของคุณมีคนเข้ามาแวะเยี่ยมชมบ่อยๆ มาถึงการปรับแต่ง และใส่เนื้อหาเข้าไปใน blogger ของเรา ในช่วงแรกควรจะทำเนื้อหาที่เป็นภาษาอังกฤษ หรือถ้าหากจะให้มีภาษาไทยด้วย ก็ควรให้น้อยกว่าภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะในหน้าแรก menu หรือ content ต่างๆควรเป็นภาษาอังกฤษให้หมดครับ เมื่อใส่เนื้อหาเสร็จแล้วก็ถึงเวลาที่เราจะไปสมัครเพื่อขอบัญชี adsense จาก google
Tips! ...สำหรับใครที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษ ก็ลองไปเอาเนื้อหาจากเว็บไซต์ต่างๆประเทศมาใส่ไปก่อน แล้วค่อยปรับปรุงทีหลัง แต่อย่าไปลอกมาทั้งหมด และก็อย่าลืมทำ back link อ้างอิงกลับไปยังเว็บไซต์เพื่อมารยาทที่ดีด้วยนะครับ

การสมัคร adsense โดยเข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ของ google adsense
http://www.google.com/adsense

จากนั้นเลือก click here to apply แล้วก็ใส่รายละเอียดข้อมูล
Website URL: [?] ใส่ชื่อเว็บไซต์ของคุณ ตัวอย่างเช่น http://siammoney.net/
Website language: เลือกภาษา ให้เลือกเป็นภาษา English
Account type: [?] เลือกประเภทของเว็บไซต์ ว่าเป็นเว็บส่วนตัว หรือเว็บเกี่ยวกับธุรกิจ
Country or territory: เลือกประเทศ ให้เลือกเป็นประเทศไทย
Payee name (full name): ใส่ชื่อผู้รับเงิน

Tip!... ชื่อผู้รับเงินและประเทศ ไม่สามารถเปลี่ยนได้ในภายหลัง ควรเช็คให้ถูกต้องก่อน สมัครด้วยความระมัดระวัง และข้อมูลต้องกรอกเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด

Address line 1: , Address line 2 (optional): ใส่ที่อยู่
City: แขวง/ตำบล
State, province or region: จังหวัด
Zip or postal code: รหัสไปรณีย์
Phone: เบอร์โทรศัพท์ เช่น 02-xxxxxxx ควรกรอก 662xxxxxxx หรือ 081-xxxxxxx ก็เป็น 6681xxxxxxx
Fax (optional): เบอร์ Fax
Email preference: ให้ใส่เครื่องหมายถูก ( Google จะส่งข้อมูลข่าวสารรวมถึงทิปต่าง ๆ มาให้ทาง mail)
Product(s): [?] ให้ใส่เครื่องหมายถูกทั้ง 2 ข้อ ทั้ง AdSense for Content และ AdSense for Search
Policies ให้ใส่เครื่องหมายถูกทั้งหมดเลยครับ อันนี้เป็นข้อตกลงของ Google เช่น จะไม่คลิกโฆษณาบนเว็บของตัวเอง หรือให้คนอื่นคลิก ,ไม่โฆษณาในเว็บที่ไม่เหมะสม ลามกอนาจาร เป็นต้น
Email address: ใส่อีเมล์ของคุณ

เมื่อกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ครบแล้วให้ คลิ๊กที่ Submit Information จะไปที่หน้าแสดงข้อมูลที่เรากรอกไปแล้วและให้เราตรวจสอบให้แน่ใจว่าถูกต้อง โดยส่วนข้างล่าง จะให้เลือกวิธีการ login เข้า account โดยถ้าเลือกข้อแรกในกรณีที่เราใช้บริการในเครือ google เช่น Adwords,gmail,etc ถ้าหากมี บัญชี gmail อยู่แล้ว จึงเลือกใช้ข้อนี้ หรือถ้าหากใครที่มี email อื่นและต้องการ password ใหม่ก็เลือกข้อสองครับ เมื่อเลือกเสร็จแล้วคลิ๊ก Contiune ถ้าหากว่าไม่มี errors ปรากฏก็เป็นอันว่าการสมัครเสร็จเรียบร้อยครับ
หลังจากนั้นเข้าไปเช็คในอีเมล์ที่ได้สมัครไว้ เพื่อยืนยันหลังจากนั้นให้รอประมาณ 2-3 วัน เพื่อที่ Google จะตรวจสอบข้อมูล และจะส่งอีเมล์แจ้งกลับมาว่าสมัครผ่านหรือไม่

เมื่อสมัครผ่านเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการ Login เข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ของ Google Adsense
เมื่อเข้า Login คร้งแรกจะปรากฎหน้าอธิบายเกี่ยวกับข้อกำหนดของการใช้ Google AdSense ให้ คลิกยอมรับ
ต่อจากนั้น ให้ยืนยันข้อมูลทางภาษี

- คลิกที่ หัวข้อ My Account
- คลิกหัวข้อย่อย Tax Information และให้ทำเครื่องหมายที่วงกลม เลือก No และ กดปุ่ม Continue
- หน้าถัดมา Do you have U.S. Activities related to you participation in AdSense? ให้เลือก No และ กดปุ่ม Continue
- หน้าถัดมา ให้ใส่ชื่อ-นามสกุล เป็นภาษาอังกฤษ ใน Signature of Publisher และถือเป็นลายเซ้นต์ของคุณ จากนั้นก็กดปุ่ม Submit information เพียงเท่านี้ ก็ถือว่าได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับภาษีอย่างถูกต้องเรียบร้อยแล้ววิธีการเลือกรับเงินรายได้...

- คลิกที่ หัวข้อ My Account
- คลิกหัวข้อย่อย Payment History
- คลิกที่ Please select or verify a form of payment
- ให้ทำเครื่องหมาย ที่วงกลม : Check - Standard Delivery และ กดปุ่ม Continue
- ในหน้าถัดมา ให้เลือกสกุลเงินที่ต้องการ ให้เลือก Thai Baht (THB) และ กดปุ่ม Save change
เมื่อมีรายได้จนยอดถึง $50 ทาง Google จะส่งจดหมายมาทางไปรษณีย์มาตามที่อยู่บ้านเลขที่ เพื่อยืนยันการมีตัวตน ในจดหมายจะมีรหัส Your PIN: เป็นตัวเลขจากนั้นกลับให้ไปที่เว็บไซต์ Google AdSense
- หลังจาก Login เข้าระบบจะเห็นข้อความ
You payments are currently on hold. Action is required to release payment Click here for details ให้คลิกที่ Click here for details
- ที่ Required Action ให้คลิกที่ Please enter your PIN
- ใส่หมายเลข PIN ของคุณ แล้วคลิก Submit PINเว็บไซต์ต้องห้ามสำหรับ Google adsense
ความรุนแรงต่อต้านบุคอื่นกลุ่มหรือองค์กร
Hacking
Spam Keyword
เว็บไซต์การพนัน
โฆษณาทำเพื่อโฆษณาเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีเนื้อหาอย่างอื่นเลย
เนื้อหาที่ผิดกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
สิ่งกระตุ้นให้ผู้ใช้ บุคคลที่สามมาแสวงหาผลประโยชน์
อาวุธสงคราม
ขายเครื่องดื่มที่มีแอลกฮอล
บุหรี่
การปลอมแปลงสินค้า
เว็บไซต์ที่โกหกหลอกหลวง
เว็บไซต์เกี่ยวกับลามกอนาจารตัวอย่างเว็บไซต์การทำ Adsense จาก blogger
http://free4com.blogspot.com

หวังว่าคงไม่ยากใช่ไหมครับ คงจะสมัครผ่านกันทุกคน ...เมื่อได้บัญชีของ google adsense มาเรียบร้อยแล้วขั้นต่อไปก็จะเป็นเรื่องในส่วนของ เทคนิคการใส่ adsense เข้าไปในเว็บไซต์ ติดตามกันต่อไปคราวหน้า ...โชคดีมีตังค์ครับผม

ที่มา : http://siammoney.net

ป้ายกำกับ: , ,

8 สุดยอดวิธีสร้างรายได้ออนไลน์ที่ทำได้จริงในยุคนี้

8 สุดยอดวิธีสร้างรายได้ออนไลน์ที่ทำได้จริงในยุคนี้
Posted by plodeag , ผู้อ่าน : 979 , 10:21:39 น.
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที
พิมพ์หน้านี้

วิธีหาเงินออนไลน์ บนโลกไซเบอร์นี้ที่ได้จริงๆ และถูกต้องแน่นอน ว่าคนที่รวยด้วยอินเตอร์เน็ต หรือ หาเงินทางเน็ต เขาทำกันอย่างไรรับรองไม่ใช่พวกขายตรงแน่นอนครับ มีระดับตั้งแต่เดือนละ $1,000 ถึงระดับมืออาชีพคือ หลายแสนดอลล่าร์ต่อเดือน ....มาศึกษาวิธีที่ถูกต้องกันดีกว่า เพื่อจะได้ใช้เวลาที่เล่นเน็ตให้เกิดประโยชน์ครับ
1. สร้างเว็บไซต์ขึ้นมาแล้วก็โปรโมตให้ดัง อย่างเช่น http://siammoney.net นี่ไงล่ะครับเมื่อดังแล้วเงินก็มาเอง โดยที่นั่ง ๆ นอน ๆ ทำงานวันละไม่กี่ชั่วโมง แต่แน่นอน ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ ช่วงแรกจะเหนื่อยมากถึงมากที่สุดกว่าเว็บจะดัง ก็มีรายได้จากโฆษณาเดือนระดับหลักหมื่นบาท วิธีนี้มีเทคนิคที่สามารถสร้าง traffic (คนเข้าเว็บ) ให้เว็บดังได้ มีคนเข้าอย่างน้อยระดับ 1,000 คนถึงหลายพันคนต่อวัน ภายใน 2 เดือน เทคนิคนี้มือโปรเขารู้กัน
2. สร้างเว็บไซต์ e-commerce สามารถทำได้ทั้งระดับประเทศและระดับสากล ระดับประเทศทำให้สำเร็จง่ายมาก ใช้เวลาทำเดือนสองเดือนก็สร้างยอดขายอัตโนมัติทุกเดือนได้เลยเ(พราะมีการแข่งขันน้อยมาก) จนถึงใช้เวลาทำนานเป็นปีถ้าต้องเปิดตลาดใหม่เพื่อแนะนำสินค้าบริการอันใหม่ให้รู้จักกันทั่วถึง ระดับสากลจะทำยากกว่าแต่ตลาดจะใหญ่มาก รายได้จะมหาศาล รายได้ระดับประเทศก็จะหลายหมื่นถึงหลายแสน ที่ผมเห็นคนไทยทำโดยทั่วไป ส่วนรายได้ระดับสากลระดับห้าแสนถึงหลายสิบล้านต่อเดือน เวลาทำตอนแรกจะต้องเหนื่อยมาก ก่อนที่จะสบายตอนหลังเมื่อระบบการตลาดมันเดินด้วยตัวของมันเอง case study ระดับประเทศเช่น เว็บขายถุงยาง, เว็บชุดชั้นในวาบหวิว ฯลฯ case study ระดับสากลเช่น thaigem, เว็บขายอุปกรณ์มวยไทย ฯลฯ
3. ทำ Ebay หรือ Auction อันนี้มีตัวอย่างความสำเร็จมากมายของคนไทย เป็น power seller กันแยะ รายได้ระดับ 40,000 - หลายแสน อาจถึงระดับล้าน(เป็นบางคนนะครับ) ช่วงต้นก็ต้องลำบากมากๆๆๆ เหมือนเคยเพราะต้องทดลองตลาดที่ขายได้จนเจอ(เสีย cost ไปไม่น้อย) ก่อนที่จะสบาย คือเมื่อจับตลาดสินค้าได้แล้ว ก็เป็นแหล่งทองที่สามารถขุดได้เรื่อย ๆ ไปอีกนานเลยทีเดียว
4. ทำ Affiliate program ทั้งด้วยเว็บไซต์และ google adwords รายได้ตรงนี้มีตั้งแต่ระดับ 1,000 ดอลล่าร์ ถึง หลายแสนดอลล่าร์(พวกโครตเซียน ส่วนมากจะเป็นฝรั่ง) affiliate program คือ การหารายได้โดยการที่ไปตกลงกับเจ้าของสินค้าว่าจะแนะนำลูกค้าให้ โดยการทำ link ไปยังเว็บไซต์ของเขา ลูกค้าจะถูก track ด้วย cookie เป็นระยะเวลาช่วงหนึ่ง ๆ (แล้วแต่เงื่อนไขของบริษัทเขา)ถ้าลูกค้าซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ ก็จะได้ค่าคอมมิชชั่นตามที่ตกลงไว้ ตัวอย่างสินค้าที่คุณสามารถเลือกโปรโมตได้มีตั้งแต่สากะเบือยันเรือรบ เป็นสินค้าบริษัทยักษ์ใหญ่มากมายเท่าที่คุณจะนึกออก เช่น ebay, dell, morgan stanley ฯลฯ รายละเอียดต่าง ๆ มีมากมาย มีคนสร้างรายได้ด้วยวิธีนี้กันหลายแสนคนทั่วโลก มีระบบการทำและให้คำแนะนำกันมากมาย และแน่นอนทำไม่ง่ายอีกเช่นเคย จะว่าไปถึงขั้นให้สำเร็จยากเลยล่ะ แต่ถ้าทำสำเร็จเมื่อไร รายได้ที่ได้จะ automatic อย่างมากมายทันทีแม้คุณจะนั่งกินนอนกินทั้งปีก็ตาม
5. ทำ Google adsense คือการเข้าร่วมการโฆษณาของกูเกิ้ลในเว็บไซต์ของคุณ โดยที่คุณยอมเสียพื้นที่โฆษณาของคุณให้กูเกิ้ลลง คุณจะได้รายได้เมื่อมีคนคลิ๊ก (ทำได้เฉพาะเว็บภาษาอังกฤษ) โดย google จะเป็นคนจ่ายให้คุณ วิธีนี้มีคนนับล้านคนหารายได้เสริมจากทางนี้ พวกเซียน ๆ (ที่ไม่ใช่บริษัทใหญ่ ๆ แต่เป็นคนทั่วไปแบบเรานี่ล่ะ)มีรายได้สบาย ๆ จากทางนี้ขั้นต่ำเดือนละ 1,000 ดอลล่าร์ถึงหลายหมื่นดอลล่าร์ กันหลายคน วิธีการสร้างเว็บเป็นภาษาอังกฤษเหมือนจะยุ่งยาก แต่มันก็มีเทคนิคการสร้างเช่นกัน ให้เสร็จภายในระยะเวลาไม่นาน โดยมีเนื้อหานับร้อย ๆ หน้า หรือจะไปซื้อจาก ebay ก็มีขายเยอะแยะ แต่ที่ยากคือการโปรโมตให้คนเข้ามาเยอะ ๆ แต่พวกเซียน ๆ ก็มีสารพัดเทคนิคทำสำเร็จภายในไม่กี่เดือน แต่ก็เหมือนเดิม ต้องเหนื่อยมาก ๆ ค่อนข้างยากในตอนแรก
6. รายได้จาก domain seller จะมีพวกเซียนที่ทำการจดโดเมนสวย ๆ มาขายต่อในราคาแพง พวกนี้เก่งจริง ๆ แล้วมีประสบการณ์ในการรู้มูลค่าของชื่อได้ดี และรู้ระบบการตลาดในการขายที่เยี่ยมยอด ที่ผมเห็นหลายรายจดโดเมนมา $10 ขายต่อไปในราคา $100 – หลายพันดอลล่าร์ บางชื่อระดับหมื่นดอลล่าร์ (อย่างเว็บ Thailand.com ซื้อมาในราคาร้อยล้านบาท) คนที่ทำกันจริงจังมีโดเมนอยู่ในมือนับหลายร้อยชื่อเลยทีเดียว แต่ต้องมีประสบการณ์ไม่งั้นก็อาจเจ๊งได้ง่าย ๆ เช่นกันเพราะต้นทุนเยอะ
7. รายได้จาก parking domain พวกนี้จะไปจดโดเมนดัง ๆ ที่หมดอายุแล้วเจ้าของไม่ต่อ แล้วเอาไป parking คือฝาก dns ไว้ที่ sedo.com เวลามีคนเข้าเว็บมาก็จะเจอหน้า parking ที่มีโฆษณา แล้วก็ได้รายได้เป็น pay per click พวกเซียน ๆ จะมีเป็นร้อยโดเมนเลยทีเดียว สร้างรายได้ให้เขาระดับนับหมื่นดอลล่าร์ต่อเดือนสบาย ๆ โดยวัน ๆ ไม่ต้องทำอะไร และแน่นอนมันก็ไม่ง่ายอีกเช่นกัน แม้แต่ละวันจะมีโดเมนที่หมดอายุนับหมื่นชื่อทุกวัน แต่ก็มีคนพวกนี้ที่มีเครื่องมือชั้นยอดคอยจ้องฉกเว็บชิ้นปลามันไปกินมากมาย
8. รายได้จากการขาย ebook หรือ software (ส่วนมากจะเป็น ebook) พวกนี้จะเขียน ebook ขึ้นมาเล่มนึง แล้วก็ไปเช่าเว็บโฮส เขียน selling killer ads เป็นโฆษณาแบบ sale letter ที่อ่านแล้ว โอ้โห มันยอดมาก สุดยอดอะไรเช่นนี้ ทำให้อยากซื้อมาก ๆ แล้วก็สามารถจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตแล้ว download สินค้าได้ทันทีเลย วิธีนี้สำคัญที่ sale letter ads page กับการโปรโมต ถ้าโปรโมต traffic อย่างถูกวิธี พวกเซียน ๆ อีกเช่นเคย ทำมาจนเซียน อยากหาเงินเมื่อไรก็ได้ เพราะเขาบรรลุวิธีการตลาดหมดแล้ว สามารถโปรโมตอีบุ๊คธรรมดาทั่ว ๆ ไปให้มียอดขายได้ไม่ตำกว่า 300-1000 sale download ราคาต่อเล่มประมาณ $30-$100 มีรายได้ต่อเดือนประมาณ $9,000 ถึง 100,000 ดอลล่าร์ เลยทีเดียว
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งในวิธีการสร้างรายได้ทางอินเตอร์เน็ตที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ตอนนี้ในต่างประเทศ และกำลังเป็นที่ตื่นตัวของคนไทยที่ต้องอาศัยความรู้ ความพยายาม และยังมีเทคนิคหรือวิธีการอื่นๆ อีกมาก...ถึงเวลาที่จะสนุนคนไทยให้สามารถสร้างรายได้ออนไลน์ ช่วยกันโกยเงินดอลลาร์เข้ามาประเทศของเราแล้ว หรือถ้าใครพอจะรู้วิธีอื่นๆก็สามารถนำมาลงแลกเปลี่ยนกันได้นะครับ

ป้ายกำกับ: ,

รู้จักตัวเอง รู้จักโลกออนไลน์

ทำความเข้าใจจุดประสงค์ของเว็บไซต์
เนื่องจากทุกคนต่างก็มีพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์ที่แตกต่างกัน บางคนอาจมีความรู้ความสามารถด้านคอมพิวเตอร์มาก หรือบางคนอาจจะมีความรู้ยังไม่มากนัก หรือบางคนอาจจะเพิ่งเริ่มได้มีโอกาสสัมผัส และเริ่มเรียนรู้การใช้งานคอมพิวเตอร์และระบบอินเทอร์เน็ต แต่ในยุคของโลกเทคโนโลยี ความรู้ด้านคอมพิวเตอร์เป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรจะต้องมี สิ่งที่ผมจะบอกกล่าวในเว็บไซต์ของผมนี้เป็นการสร้างธุรกิจออนไลน์ที่ต้องมีความสามารถในการสร้างเว็บไซต์ได้เองก็จะดีมาก แต่หากคุณไม่สามารถสร้างเว็บไซต์ได้เองก็สามารถใช้บริการเว็บไซต์สำเร็จรูปหรือเว็บบล็อกที่เปิดให้บริการฟรีก็ได้ และมีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือหลักในการทำงาน

เว็บไซต์นี้จะชี้ช่องทางและวิธีการสร้างรายได้ด้วยธุรกิจออนไลน์ ซึ่งผสมผสานกันด้วยวิธีหลายๆ วิธี แต่ผมขอออกตัวเลยนะครับว่า ไม่ใช่ระบบการขายตรง ที่โฆษณากันทั่วเมือง ณ ขณะนี้ แน่นอนครับ เพราะสิ่งที่ผมและเพื่อนๆ ได้ปฏิบัตกันมานานนับปี เป็นการสร้างธุรกิจออนไลน์แบบยั่งยืนครับ (ประมาณว่าทำได้จริงๆ ไม่หลอกลวงครับ) ซึ่งหัวใจสำคัญอยู่ที่การใช้เทคนิค การทำการตลาดด้วยระบบ Affiliate Network และ SEM (Search Engine Marketing) จากผู้ให้บริการที่มีอยู่ในโลกอินเทอร์เน็ต ด้วยเว็บไซต์ หรือ บล็อกของเราเอง ซึ่งจะเป็นวิธีที่ทำแล้วได้รับเงินจริงๆ และยังเป็นการหาเงินเข้าประเทศไทย แบบถูกกฎหมายด้วย

สิ่งสำคัญที่ควรคำนึง คือ ตัวแปรสำคัญที่จะบอกได้ว่า คุณจะสามารถสร้างรายได้มากหรือน้อย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับหน้าตาของเว็บไซต์หรือบล็อก แต่เพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ เพราะว่าเว็บไซต์สวยๆ แต่มีเนื้อหาที่แย่ หรือไม่มีการปรับปรุงข้อมูลให้ทันยุคทันสมัยเลย เว็บไซต์หรือบล็อก เหล่านั้นก็ไม่สามารถที่จะทำรายได้ได้ดีแน่นอน ซึ่งปัจจัยและวิธีการต่างๆ ที่จะนำมาใช้เพื่อการตลาดบนโลกออนไลน์นั้น ผมจะแนะนำให้ทุกท่านรู้ในลำดับต่อไปครับ


การสร้างรายได้ออนไลน์มีจริงหรือหลอกลวงกันแน่
อันนี้ ผมขอฟันธงเลยครับว่าทำได้จริงๆ ซึ่งผมขอเอาหัวเป็นประกันเลยนะครับว่า...ทำได้ แต่ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยครับ เช่น ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราจะทำที่เรียกว่า Affilifate Programs ที่เราสมัครเข้าร่วมหรือ ผู้ให้บริการ Affiliate Networks เป็นใครน่าเชื่อถือได้มากน้อยหรือไม่ เพราะในโลกไซเบอร์หรือโลกออนไลน์นั้น มีสิ่งต่างๆ ที่ทำขึ้นมาเพื่อหลอกลวงผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์มีจำนวนไม่น้อยครับ เพราะฉะนั้นต้องพึงระวังไว้เลยนะครับว่าสิ่งที่ใช้เป็นเหยื่อล่อให้เราพลาดหรือหลวมตัวเข้ากับดักกลโกงนั้น ก็คือ ผลประโยชน์ที่บางทีดูแล้วไม่น่าเป็นไปได้เลย...

ต้องใช้เงินลงทุนขนาดไหนมากหรือน้อย
ถ้าจะบอกว่าการทำธุรกิจบนโลกนี้ถ้าคุณไม่ลงทุนคุณก็จะไม่ได้อะไรกลับมาแน่นอน ก็คงไม่ผิดเพราะอย่างน้อยคุณก็ต้องลงทุน ด้วยแรงกายและแรงสมองในการทำงานนั่นเองหรือคุณคิดว่าไม่จริง ?

เหตุใดการทำธุรกิจออนไลน์ถึงเป็นธุรกิจที่น่าลงทุน
1. สามารถทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลาที่มีเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
2. มีรายได้มากถึงมากที่สุด (ถ้าเรารู้เทคนิค)
3. ช่องทางการสร้างรายได้ไม่ยุ่งยาก
4. ไม่ต้องขอใบอนุญาต
5. ไม่ต้องจ้างพนักงานหรือบุคคลอื่นมาช่วย
6. ไม่มีความเสี่ยงในเรื่องการลงทุนต่างๆ
7. ไม่ต้องมีประสบการณ์ก็สามารถทำได้
8. ไม่ต้องใช้เงินลงทุน และได้ผลกำไรดี
จากข้อดีต่างๆ มากมาย ผมคิดว่าการทำธุรกิจออนไลน์เป็นสิ่งที่ยั่วยวน ให้คุณอยากจะเริ่มต้นทำกันแล้วใช่ไหม

ซึ่งธุรกิจออนไลน์ที่ผมจะแนะนำให้เพื่อนๆได้รู้จักและตัวผมเองก็ทำอยู่ก็คือ Google AdSense

สำหรับ Google Adsense นั้นได้ถือกำเนิดหลังจาก Google Adwords เหตุผลเพราะว่าเมื่อมีผู้ลงโฆษณาเป็นจำนวนมากๆ ตามคีเวิร์ดนั้นๆ ทำให้หน้าที่จะแสงผลของเว็บ Google ไม่อาจพอเพียงที่จะแสดงโฆษณาทั้งหมด ของผู้ที่ได้ลงโฆษณาไว้ได้ Google เลยแก้ปัญหานี้โดยการหา Partner หรือหุ้นส่วน Google จึงประกาศความต้องการเกิดเป็นเว็บไซต์หุ้นส่วน และทาง Google Adsense ก็จะจัดหาโฆษณาต่างๆที่สอดคล้องกับเนื้อหาในเว็บไซต์หรือบล็อกของเรา ซึ่งเราจะได้เงินก็ต่อเมื่อมีคนเข้ามาคลิกโฆษณาต่างๆที่เราได้นำมาจาก Google Adsense (แค่คลิกก็ได้เงิน) นั่นเอง

ทำไมต้องเป็น Google AdSense ใช้ผู้บริการรายอื่นได้หรือไม่ "ได้ครับ" แต่ที่ผมแนะนำให้ใช้ Google Adsense เพราะอะไรนั้น ผมจะขออธิบายเป็นข้อ ๆ ดังนี้
1. โฆษณาที่ดึงมาลงในเว็บไซต์หรือบล็อก จะมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกัน
2. โฆษณาที่จะลงมีจำนวนมากกว่าผู้ให้บริการ Contextual Ads รายอื่นๆ
3. มีระบบการสร้าง Content Ads หรือสร้างโฆษณาให้มีความกลมกลืนกับเว็บไซต์เราได้ง่าย
4. มีระบบ Tracking ตรวจสอบที่ละเอียดและใช้งานง่าย (มีระบบ Channel ทำให้รู้ว่า คลิกจากหน้าไหนได้เท่าไหร่)
5. มีระบบการจ่ายเงินที่รวดเร็ว (ถ้าเป็นเงินบาทจะได้รับเป็นเช็คจากธนาคาร CitiBank สาขาในประเทศไทย)
6. มีสินค้าอื่น ๆ ที่สามารถสร้างรายได้เพิ่มเติม เช่น Referral Programs
7. ที่สำคัญที่สุด Google เป็นบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือมากที่สุด (หรือคุณว่าไม่ใช่?)

สำหรับผู้ให้บริการรายอื่น คุณต้องตรวจสอบให้ดีว่ามีความน่าเชื่อถือพอหรือไม่ ซึ่งแต่ละที่ก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป

Google AdSense คืออะไร
Google Adsense คือ วิธีหาเงินง่ายๆด้วยเว็บไซต์ โดยการนำโฆษณาที่ได้จากการสมัคร Adsense มาวางไว้ที่เว็บเพจหน้าใดก็ได้ของเว็บเพจหน้าใดก็ได้ของเว็บไซต์คุณ เพื่อให้ผู้ชมเข้ามาดูหรือเข้ามาคลิก ซึ่งคุณก็จะได้เงินทุกๆครั้งที่มีการคลิกที่โฆษณานั้น แม้จะไม่มีการซื้อขายใดๆเกิดขึ้นก็ตาม ยิ่งมีผู้ชมเข้ามามากและมีการคลิกที่โฆษณามาก คุณก็จะได้เงินมากตามไปด้วย

ความคุ้มค่าในการทำ Adsense
จะพูดว่าคุ้มค่าก็คงไม่ถูกทั้งหมด เพราะจริงๆแล้ว คุณไม่ได้เสียอะไรจากการทำ Adsense เลย นอกจากแรงกายและเวลา หลังจากที่คุณเข้าใจแล้วว่า Adsense เอาไว้ทำอะไรบ้าง คงมีบางท่านเริ่มตั้งคำถามว่า แล้ว Adsense จะทำเงินให้ผมได้เท่าไหร่? จะทำให้ผมรวยได้ไหม? คำตอบนั้นก็ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ชมจากเว็บไซต์คุณถ้าคุณโชคดีในหนึ่งวันคุณจะได้ประมาณ 2-3 เหรียญ (อเมริกันดอลล่าร์ครับ) ซึ่งก็มากพอที่จะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จสำหรับเว็ปไซร์หนึ่งๆทีเดียว บางคนทำปีแรกไม่ได้เลยก็มี แต่พอผ่านไป คิดเป็นเงินไทยได้วันละหลายร้อยถึงหลายพันบาทก็มี ทั้งนี้และทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความพยายามบวกกับความสามรถของแต่ละท่านว่า จะนำเทคนิคที่เรียนรู้มาใช้ได้ดีแค่ไหนครับเมื่อเว็บไซต์ของคุณเริ่มทำงานได้แล้วยังมีวิธีอีกร้อยแปดที่จะทำเงินให้มากขึ้นเรื่อยๆ เช่นพิมเนื้อหาให้เวปของคุณ, เทคนิคการวางโฆษณา, ปรับเปลี่ยนหน้าตาของโฆษณา,การใช้กลยุทธ์โปรโมตเวปไซต์ และ อื่นๆอีกมากมาย ซึ่งเทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้คุณไปถึงดวงดาว สามารถมีรายได้เพิ่มขึ้นผ่านเวปไซต์ของคุณเอง

คุณลองคิดเป็นตัวเลขเล่นๆ ดูว่า ถ้าคุณสร้างเวปไซต์ได้อาทิตย์ละ 1 เวปไซต์ในปีนึงคุณจะมีเวปไซต์ทั้งหมด 52 เว็บ นั่งรอรับเงินเวปละ 2 เหรียญต่อวันเป็นอย่างน้อย ทำให้คุณมีรายได้ทั้งหมด 104 เหรียญต่อหนึ่งวัน คิดเป็นเงินไทยก็ปาเข้าไปเป็นวันละ 4,000 บาทหรือตกปีละประมาณ 1,500,000 บาท โดยคุณต้องยอมเหนื่อยในปีแรกครับหรือคุณอาจเลือกที่จะทำเวปไซต์เดียวซึ่งเป็นเนื้อหาที่คุณสนใจทำเป็นพิเศษและทำให้ดีที่สุด แต่ต้องแน่ใจว่าดีกว่าเวปอื่นจริงๆ และต้องตั้งเป้าหมายจำนวนผู้ชมไว้มากๆ อย่างพันคนต่อวัน ไม่งั้นคุณก็จะได้ 2 เหรียญ ต่อวันตลอดไปหรืออาจจะไม่ถึงด้วยครับ

รายได้...มาจากไหน?
แหล่งที่มาของรายได้นั้น จะมาจากผู้ทำ Adwords ที่เป็นสปอนเซอร์ทั่วๆไปซึ่งมีอยู่เป็นแสนเป็นล้านคนทั่วโลก ที่พร้อมจะจ่ายเงินทุกๆครั้ง เมื่อมีคนคลิกลิ้งที่นำมาฝากเอาไว้เพื่อให้ทาง Google Adsense เป็นผู้ดูแลจัดการเผยแพร่ออกไปสู่ผู้ชมในโลกไซเบอร์ โดยใช้เว็บของเราๆท่านๆ ที่ทำ Adsense เป็นเครื่องมือช่วยขายช่วยโปรโมตไงครับ
!นี่คือที่มาของรายได้ โดยคำนวณจาก ราคาที่สปอนเซอร์ตั้ง คูณกับจำนวนคนคลิก และ จำนวนการแสดงหน้าเวปครับ!

จ่ายเมื่อคลิก (CPC=Cost per click)
จำนวนเงินที่คุณจะได้จากโฆษณาแบบ CPC หรือได้เงินเมื่อคลิก ก็คือจำนวนครั้งที่คนคลิกไปที่ลิ้งโฆษณาคูณกับราคาลิ้งโฆษณานั้นๆ ที่เรียกกันว่า Cost per click หรือ CPC เช่น ลิ้งโฆษณาขายจอคอมพิวเต้อร์ราคาคลิกละ 5 เซ็นต์ มีคนคลิก เข้าไปดู 10 ครั้ง จากเว็บที่คุณเป็นเจ้าของ คุณก็จะได้เงินเท่ากับ 0.5 เซ็นต์ x 10 = 5 เหรียญนี่คือรายได้ส่วนใหญ่ที่คุณได้มาจาก Adsense เห็นความง่ายในการทำเงินจากระบบนี้หรือยังครับส่วนราคาคลิกเต็มๆนั้น ทางบริษัท Google ไม่ได้เปิดเผยจำนวนเงินที่แน่นอน อาจเป็นเพราะเงื่อนไขบางอย่าง แต่เราสามารถทราบจากจำนวนเงินซึ่งได้มในรายงานที่ Google ให้คร่าวๆ และนั่นคือเงินที่เราได้รับ หลังจาก Google หักกำไรไป แล้วจะอยู่ที่ประมาณ 2 เซ็นต์ ถึง 50 เหรียญ หรือมากกว่านั้น แล้วแต่ keyword ของคุณ เช่นหมวดคอมพิวเตอร์ อาจให้ 5 เหรียญ ต่อหนึ่งคลิก แต่เรื่องของการออกกำลังการจ่ายเราแค่ 2 เซ็นต์เป็นต้นคุณสามารถตรวจราคาประมูลของแต่ละ keyword ได้ที่http://www.pixelfast.com/overture เมื่อคุณพิม keyword เข้าไปคุณจะได้คำตอบว่าสปอนเซอร์ให้ราคามากที่สุดเท่าไหร่สำหรับ keyword นั้นๆครับ


การให้คะแนนการใส่ Adsense ของผม


เป็นการให้คะแนนในการวาง Adsense นะครับเผื่อจะเป็นประโยชน์สำหรับมือใหม่ไม่มากก็น้อยนะครับ
Credit : Thaiadsensonline

มี Check จากการทำ Adsense ของคนไทยเรา มาให้ดู



พอดีไปเจอกระทู้เค้าโชว์เช็คจากการทำ Adsense กันเลยเก็บมาฝากเพื่อจะเป็นกำลังใจกับคนที่เริ่มทำและคนที่ยังไม่ประสบความสำเร็จในด้านนี้เพื่อจะได้เป็นแรงบันดาลใจครับ ก็เห็นพี่คนนี้แหละเค้าได้เยอะจริงๆเท่าที่ผมเคยเห็นมา แต่ก็อาจมีคนได้มากกว่านี้แต่เค้าไม่เปิดเผยก็ได้นะ ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ พี่ๆน้องๆทุกคนครับ
Credit : Thaiadsensonline

เขียนโดย : Anonymous

ป้ายกำกับ:

วิธีนำ Code โฆษณามาจาก Google Adsense

1. หลังจากสมัคร Google AdSense ผ่านเรียบร้อยแล้ว ให้คุณ Login เข้า
Google AdSense

2. เมื่อ Login เข้า Google AdSense เป็นที่เรียบร้อยแล้วให้คลิกที่ AdSense Setup
จะมี Ads (โฆษณา) ให้ เลือก 3 รูปแบบ ดังนี้

AdSense for content : เป็นโฆษณาที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับเว็บไซต์ ซึ่งแบ่งออก 2 ข้อย่อย ดังนี้

- Ad unit : สร้างโฆษณาแบบข้อความอย่างเดียว, สร้างโฆษณาแบบรูปภาพอย่างเดียว หรือ สร้างโฆษณาแบบข้อความสลับแบบรูปภาพก็ได้ โดยโฆษณานั้นจะมีเนื้อหาสอดคล้องกับเนื้อหาเว็บไซต์ของคุณ ในแต่ละหน้าเว็บเพจติดได้ 3 อัน ดูขนาดของโฆษณา [คลิกที่นี่]

- Link unit : สร้างโฆษณาแบบลิงค์ ซึ่งลักษณะโฆษณาเหมือนลิงค์ หรือ หัวข้อของเว็บ
ไซต์ ซึ่งโฆษณานั้นก็จะมีเนื้อหาสอดคล้องกับเนื้อหาเว็บไซต์ของคุณ เช่นกัน ในแต่ละหน้าเว็บเพจติดได้ 1 อัน ดูขนาดของโฆษณา [คลิกที่นี่]

- เมื่อเลือกได้แล้ว ให้กด Continue
- หน้าถัดมานี้ ให้เรากำหนดสี, ขนาดและ Channel คือ สถิติของโฆษณาแต่ละตัว
ให้สร้าง ชื่อโฆษณาแต่ละตัว เวลาเช็คผล จะทราบว่าโฆษณาแต่ละตัวมีผู้คลิกมากน้อย เพียงใดได้ หรือ ไม่ต้องสร้างก็ได้ เช่นกัน เมื่อปรับแต่งแล้ว กดที่ปุ่ม >> Continue
- หน้าถัดมานี้ ก็คือ Code โฆษณา ของ Google AdSense ที่ใช้มาใส่ในเว็บไซต์/บล็อก
- ให้ คัดลอก(Copy) Code แล้วเปิดโปรแกรม Notepad (ซึ่งจะมีอยู่ทุกเครื่องไปที่ > Start > Progrsms > Accessories > Notepad) จากนั้นให้ วาง(Past) Code ใส่ในโปรแกรม Notepad และ Save เก็บไว้สามารถนำมาใช้ได้ทุกเวลาโดยไม่ต้องมาสร้างใหม่สำหรับการขอ

AdSense for search และ Referrals ก็มีหลักคล้ายๆ กัน

เป็นการสร้าง Code โฆษณา เพื่อจะได้กล่องสำหรับค้นหาเว็บไซต์ (Search Box) มาติดในเว็บไซต์ ซึ่งผู้เยี่ยมชมก็ใช้ค้นหาเว็บไซต์ได้ทั่วโลก และยังใช้ในการค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์ของคุณก็ได้ สามารถปรับแต่งกล่องค้นหาเว็บไซต์ให้เข้ากับเว็บไซต์ของคุณได้อีกด้วย ในแต่ละหน้าเว็บเพจติดได้ 2 อัน
หมายเหตุ - สำหรับ Site language ให้เลือกเป็นภาษา English- Your site encoding ให้เลือก Unicode (UTF-8)
มีขั้นตอนในการนำ Code ดังนี้
1. ไปที่ AdSense Setup

2. คลิกที่ AdSense for Searchจากนั้นจะพบกับ Search Type ซึ่งมีให้เลือก 2 อย่างคือ
- Google WebSearch :
- Google WebSearch + SiteSearch

3. สามารถเลือกได้ว่าจะให้ค้นหาจาก Google อย่างเดียว หรือให้ค้นหาในเว็บไซต์ของเราด้วย ถ้าต้องการให้ค้นหาในเว็บของเราด้วย ก็ให้ใส่ชื่อเว็บของเราลงไป

4. ในส่วนของ Search box style เป็นการปรับแต่ง Search Box ทดลองปรับดูนะครับให้เหมาะกับเว็บเรา

5. ต่อมาในส่วนของ Site language เป็นการเลือกภาษา ให้เลือกเป็น English

6. ในส่วนของ Opening of search results page เป็นการกำหนดว่า เมื่อคลิกค้นหาแล้ว จะให้แสดงในหน้าต่างเดียวกัน หรือเปิดเป็นหน้าใหม่

- ในส่วนของ Your site encoding เป็นการเลือกว่าเว็บของเรานั้นใช้รหัสแบบใด แนะนำให้เลือกเป็น Unicode (UTF-8) จากนั้นคลิก Contines>> คลิก Contines >>>
- เพียงเท่านี้เราก็ได้โค๊ดโฆษณาของกล่องค้นหา Search Box แล้วครับ

Referrals : เป็นโฆษณาเพื่อแนะนำบริการต่าง ๆ ของ Google มีรายได้จากการแนะนำ มีให้เลือก 4 ข้อย่อย ดังนี้.
รายได้จากการแนะนำสินค้าและบริการของ Google มีให้เลือกมากมาย แต่ของ Google มีอยู่ 3 อันหลักๆ ดังนี้
- Google AdSense : แนะนำ AdSense ในแต่ละหน้าเว็บเพจติดได้ 1 อัน
- Google AdWords : แนะนำ AdWords ในแต่ละหน้าเว็บเพจติดได้ 1 อัน
- Firefox : แนะนำให้ดาวน์โหลด Firefox ในแต่ละหน้าเว็บเพจติดได้ 1 อัน

!ห้ามแก้ไข Code โดยเด็ดขาด!
-หมายเหตุ คุณสามารถนำ Code ไปติดไว้ที่เว็บใด ๆ ก็ได้ถ้าเป็นเว็บของคุณ มี 100 เว็บก็ติดได้ทั้ง 100 เว็บครับ มีกี่หน้าติดได้หมด.เมื่อคุณได้ Code ที่ต้องการแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะได้ศึกษาว่า จะนำโค๊ดที่ได้นี้ไปติดเว็บไซต์/บล็อกของเราอย่างไร


เขียนโดย Film

ป้ายกำกับ: , ,

เทคนิคการเพิ่มรายได้

-ถึงแม้คุณจะมีเว็บไซต์ที่ดีเลิศหรือมีข้อมูลที่อัพเดรทตลอดเวลาแต่ถ้าคนบนโลกอินเทอร์เน็ตไม่รู้จักเว็บของคุณและคุณจะมีรายได้ ได้อย่าง?
-สิ่งสำคัญที่สุดในการมีเว็บไซต์ก็คือ การมีผู้เข้าชมมากๆ Traffic ของเว็บจึงเป็นตัววัดความสำเร็จของเว็บไซต์ ซึ่งผมจะสอนวิธีและเทคนิคต่างๆ ว่าต้องทำอย่างไร ดังนี้

1. ยิ่งคุณมีเว็บเพจหลายหน้ามากเท่าไหร่ โอกาสที่เว็บของคุณจะเป็นที่รู้จักย่อมจะมากขึ้น เพราะเมื่อฐานข้อมูลของ Search Engines มีข้อมูลของคุณจำนวนมากหลายๆหน้า จะส่งผลให้เว็บไซต์คุณ มีผู้เข้าชมในวงกว้างขึ้นไปอีกเรื่อยๆ

2. การหา Keyword ราคาแพง แบบคลิกครั้งเดียวได้ซัก 1-5 เหรียญขึ้นไป โดยใช้เนื้อหาจากบทความฟรี ที่มีประโยชน์ พออ่านแล้วเกิดไอเดียทันทีไม่ใช่อ่านแล้วนั่งหลับแบบผม เพื่อเป็นตัวช่วยในการสร้างเว็บไซต์ให้เนื้อหามากมายในเวลาอันสั้น

3. การทำ AdSense มีอยู่ 2 ทาง คือ
- ทำ 100 เว็บไซต์ แต่ละเว็บไซต์ทำเงินได้ 1 เหรียญ ต่อวัน
- ทำ 1 เว็บไซต์ แต่ทำเงินได้ 100 เหรียญต่อวัน
ซึ่งถ้าทำแบบอันแรก ผู้ทำเว็บไซต์ก็ต้องทำเว็บไซต์ได้อย่างชำนาญและรวดเร็วและก็ต้องใช้เวลาในการโปรโมตเว็บทั้ง 100 เว็บซักส่วนใหญ่หรือเชื่อม link เข้าด้วยกัน
แต่ถ้าทำแบบอันที่สอง ผู้ทำเว็บไซต์ก็ต้องอัพเดรทข้อมูลต่างๆและให้มีเนื้อหามากที่สุดเท่าที่จะทำได้จึงจะได้เป็นที่รักของ Search Engiens

4. ถ้าคุณไม่ต้องการผ่านกรรมวิธีที่ยุ่งยากก็ให้คุณยอมเสียเงินซื้อ Traffic ด้วยการจ่ายให้เว็บไซต์ที่สามารถนำเว็บคุณขึ้นไปอยู่ในอันดับ Ranking ต้นๆ ตามที่ Search Engines ชื่อดัง ซึ่งมีคนเข้าชมวันละเป็นล้านๆคนในเวลาอันรวดเร็ว มีราคาตั้งแต่ 10 เหรียญขึ้นไป ตามความแรงของ Ranking ที่คุณต้องการ
เขียนโดย Film

ป้ายกำกับ: , ,

วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2552

Search Engine คืออะไร




หลายท่านที่แวะเข้ามาในบล็อกแห่งนี้อาจบอกว่า เฮ้ยนี่มันบ้าไปแล้วหรือเปล่าวะเนี่ยะ (ขออภัยที่ไม่สุภาพนะครับ) ทำไมเอาเรื่องเดิมๆ เหล่านี้มาพูดอีกหละ ผมก็อยากจะบอกว่าเรื่องเดิมๆ เหล่านี้แหละนะครับที่ทำให้ใครต่อใครหลายคน ต้องคอยศึกษาอยู่เป็นประจำเพราะว่า การเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นได้เสมอ เนื้อหาของเว็บแห่งนี้ก็เช่นเดียวกันครับ เมื่อสูญหายไปผมก็ต้องเขียนมาใหม่ ในแบบใหม่เพื่อให้เกิดความทันสมัยขึ้นนั่นเองครับ


Search Engine คือเครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมดัชนีของเว็บเพจ หรือเว็บไซต์ในโลกนี้โดยใช้โปรแกรมตัวเล็กๆ ที่เราๆ ทุกคนอาจรู้จักในชื่อว่า Robot หรือ Spider นั่นเองครับ Search Engine มีการให้บริการที่ฟรีๆ อยู่สองลักษณะครับคือ

1. การให้บริการทำดัชนีเว็บเพจและเว็บไซต์ด้วย Robot หรือ Spider เมื่อเว็บไซต์มีการอัพเดทเนื้อหาใหม่ๆ

2. ให้บริการฟรีเครื่องมือค้นหาข้อมูลผ่านออนไลน์ (อันนี้คนใช้กันเยอะ)

ในปัจจุบันนั้น Search Engine ถูกแบ่งแยกออกเป็นหลายๆ กลุ่มด้วยกันครับ แต่ที่เราๆ ท่านๆ รู้จักและใช้กันเป็นประจำเป็นจะเป็นกลุ่มที่ชื่อว่า “Crawler-Based Search Engines” เพราะเป็นกลุ่มที่มีการใช้ฐานข้อมูลและส่ง Spider หรือ Robot ไปทำการบันทึกข้อมูลหน้าเพจต่างๆ จากทั่วโลกเอามาจัดเก็บให้เป็นระเบียบและมีการจัดอันดับตามความเหมาะสมของเนื้อหานั้นๆ (ตรงนี้แหละครับที่เราเอามาทำพวก SEO)

ข้อมูลที่ Spider หรือ Robot ทำสำเนานั้นจะได้รับการจัดเก็บเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ที่เีรียกว่า “Search Engine Index Server” เมื่อใดก็ตามที่มีคนค้นหาข้อมูลผ่านหน้าเว็บของ Search Engine ที่ให้บริการอย่างเช่น Google เจ้า Search Engine Index Server ก็จะทำการประมวลผลข้อมูลต่างๆ ที่ตนเองมีอยู่และแสดงผลออกมาให้ตรงตามความต้องการข้อมูลนั้น ๆ โดยวิเคราะห์จากความเหมาะสมของเนื้อหา และความสมบูรณ์ของเนื้อหา ซึ่งมีส่วนประกอบต่างๆ หลายอย่างด้วยกัน เช่น รูปแบบเนื้อหา Keywords และองค์ประกอบอื่นๆ ตามแต่ละที่นั้นกำหนดเอาไว้เพื่อวิเคราะห์ผล

ในกลุ่มนี้ก็ได้แก่ Google,Yahoo!,ฺBing (MSN Live) นั่นเองครับ ส่วนหน้าตาของ Search Engine ประเภทนี้นั้นก็แล้วแต่การออกแบบครับ และการวิเคราะห์ความแม่นยำในการนำแสดงเนื้อหาก็แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับรูปแบบของการพัฒนาของแต่ละแห่ง เพราะทุกอย่างที่ให้บริการนั้นล้วนเป็นความลับต่อกันทั้งสิ้น ตรงส่วนนี้เองทำให้เราสามารถใช้บริการ การค้นหา ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น เพราะเกิดการแข่งขันการให้บริการครับ เอาหละเราไปดูหน้าตาของแต่ละที่กันครับเริ่มจากยักษ์ใหญ่แห่ง Search Engine อย่าง Google ก่อนก็แล้วกันครับ


Google Search Engine

Yahoo! Search Engine










Bing Search Engine


ครับจะเห็นได้ว่ารูปแบบหน้าตา ความน่ารักก็แตกต่างกันออกไปครับ สำหรับวิธีการใช้งานนั้นผมคงไม่ขอกล่าวถึงนะครับเพราะว่า หลายๆ ท่านอาจใช้เป็นอยู่แล้วหรือถ้าท่านใดใช้งานไม่เป็นก็ถามคนที่เขาใช้เป็นข้างๆ ก็ได้ครับ (ฮะๆๆๆๆ) สำหรับในบทความหน้านั้นผมจะมาพูดถึง Search Engine อีกประเภทหนึ่งครับที่ได้รับความนิยมมายาวนานและก็ยังใช้กันอยู่ในปัจจุบันครับ แล้วพบกันครับ

ป้ายกำกับ:

Thai Adsense ทำ Google AdSense ด้วย blogs

ช่วงที่ผ่านมามีการพูดกันถึงเรื่อง google AdSense กันมากพอสมควรนะครับตัวผมเองก็รู้จักกับ Google Thai AdSense ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เอง ก็พอจะรู้คร่าวๆ นะครับว่า Google Thai AdSense คือบริการจาก Google ที่ให้ผู้ที่มีเว็บไซต์ สามารถหารายได้โดยการนำ Code ที่ได้จากการสมัครเป็นสมาชิกของ Google มาใส่ไว้ที่เว็บไซต์ของตนเอง ซึ่ง Code นั้นจะเป็น โฆษณาที่ส่งมาจาก Google โดยโฆษณานั้น ๆ จะเป็นโฆษณาที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับเนื้อหาของเว็บไซต์ของคุณ ตัวอย่างเช่นถ้าเว็บไซต์ของคุณเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว โฆษณาที่ส่งมาจาก Google ก็อาจเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับ โรงแรม,สายการบิน เป็นต้น.

โฆษณาที่ส่งมาจาก Google นั้น ๆ มีทั้งแบบ Text ,รูปภาพ และมีหลายขนาด ให้คุณได้เลือก นอกจากนั้นยังสามารถเลือกรูปแบบสีได้ตามความต้องการ เพื่อความเหมาะสมกับเว็บไซต์ของคุณ

รายได้จาก Google Thai AdSense จะเกิดตอนไหนจะมีอยู่ 2 กรณีครับคือ• จ่ายเมื่อคลิก

1. Pay Per Click เมื่อคนที่เข้าชมเว็บไซต์ของคุณ คลิกที่โฆษณาของ Google Thai AdSense ซึ่งแต่ละคลิกจะได้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับผู้ที่ทำ Google Adwords จ่ายให้ Google มากน้อยเท่าไร ถ้าจ่ายให้มากคุณก็จะได้มากด้วยเช่นกัน• จ่ายเมื่อแสดงโฆษณา

2. Pay Per Impression อันนี้จะจ่ายให้คุณเมื่อมีการแสดงโฆษณา ครบ 1,000 ครั้ง โดยไม่นับว่าจะมีคนคลิกกี่ครั้งก็ตาม คุณจะไม่ได้รายได้จากการคลิก

นอกจากโฆษณาต่าง ๆ แล้ว การแนะนำ บริการต่าง ๆ ของ Google เมื่อมีคนใช้บริการ คุณก็จะมีรายได้จากการแนะนำนั้นด้วยซึ่งมีอยู่ดังต่อไปนี้

1. Google Thai AdSense : คุณจะได้เงินเมื่อมีคนมาสมัครเป็นสมาชิก ต่อจากคุณ แต่ผู้สมัคคนนั้น ๆ ต้องได้ 100$ คุณก็จะได้ 100$ เช่นกัน (แต่ได้ครั้งเดียวใน 180 วัน)

2. Google AdWords : คุณจะได้เงินเมื่อมีคนมาสมัครใช้บริการ Google AdWords จากเว็บของคุณ คุณจะได้ 20$ เมื่อผู้ใช้บริการ Google AdWords นั้น ๆ ใช้บริการของ Google AdWords ครบ 100$

3. Firefox : คุณจะได้ 1$ เมื่อมีคนดาวน์โหลด Firefox จากเว็บของคุณ แต่ผู้ดาวน์โหลดนั้น ๆ ต้องไม่เคยติดตั้ง Firefox มาก่อน

4. Picasa : คุณจะได้ 1$ เมื่อมีคนดาวน์โหลด Picasa จากเว็บของคุณ แต่ผู้ดาวน์โหลดนั้น ๆ ต้องไม่เคยติดตั้ง Picasa มาก่อน

5. AdSense for search : คุณจะได้เงินมีคนมาใช้ Google Search Box จากเว็บของคุณ แล้วคลิกโฆษณาผลลัพท์ที่ได้จากการ Search นั้น ๆ (เว็บไซต์ที่ อยู่ในตำแหน่งสปอนเซอร์ จะอยู่ด้านบน เป็นกรอบที่เด่นชัด)

Related info: อีคอมเมิร์ซ , Thai Adsense, Thai Ebay, Thai SEO.
posted by Kelvin Hui

ป้ายกำกับ: , ,

หยุดเสี่ยงธุรกิจโฆษณา Google Thai Adsense

บางทีคุณอาจจะเคยทราบมาแล้วบ้างว่า มีเคล็ดลับและคำแนะนำต่างๆมากมายสำหรับเจ้าของธุรกิจ Google Adsense ที่แนะว่า ควรทำให้ผู้เยี่ยมชมเว็บคลิ้กโฆษณา adsense ที่เป็นภาษาไทย (Thai Adsense) เฉพาะสินค้าหรือบริการที่ผู้เยี่ยมชมเว็บเหล่านั้นสนใจจริงๆ ในทำนองเดียวกัน ที่มีอีกหลายๆคำเตือนสำหรับเจ้าของเว็บไซท์ที่แนะว่า คุณควรหลีกเลี่ยงการบอกให้ผู้เข้าชมเว็บคลิ๊กโฆษณาของคุณโดยตรง
อย่างไรก็ตาม มีเทคนิคบางอย่างที่เราสามารถนำมาใช้แล้วก่อให้เกิดการคลิ้กแบบไม่ตั้งใจของผู้เข้าชมเว็บได้ อาทิเช่น
- การวางโฆษณาใกล้กับ Flash Game
- การวางโฆษณาอยู่ใต้ Popup หรือ ที่ที่ให้download
- อยู่ใกล้ปุ่มต่างๆในการดูเว็บไซท์เช่น Drop-down Menu หรือ เมนูที่เป็นลิ้งค์ต่างๆ

โดยทั่วไปแล้ว เราจะถูกห้ามวางโฆษณาใกล้กับฟีเจอร์ต่างๆในเว็บไซท์เพื่อป้องกันการคลิ้กโดยไม่ตั้งใจ เพราะถ้าเว็บของคุณทำให้คนคลิ้กมากขึ้น แต่มันไม่ได้ก่อประโยชน์ต่างๆให้กับเจ้าของโฆษณา Google Thai Adsense ของคุณจะถูกนับเป็น invalid click ได้
ประโยชน์ในเชิงธุรกิจที่มีต่อเจ้าของโฆษณานั้น อาจจะเป็นตั้งแต่ยอดขายออนไลน์ หรือกระทั่ง page view เพราะถ้าทาง Google สามารถตรวจพบหลักฐานได้เพียงพอว่า มีการคลิ้กในลักษณะนี้ หรือ คลิ้กต่างๆทำให้เกิดผลเสียและความเสี่ยงต่อผู้โฆษณา Google thai adsense ของคุณจะถูกแบนทันที เพื่อที่จะลดปัญหาในเหตุการณ์ดังกล่าว คุณควรวางโฆษณาของคุณไว้ห่างจากปุ่มฟีเจอร์ต่างๆในเว็บไซท์
posted by Kelvin Hui

ป้ายกำกับ: , , ,

หลักการเลือกชื่อ thai adsense

1. อย่าตั้ง ชื่อโดเมนเลียนแบบเว็บที่ดัง อยู่แล้วหรือคำสะกดผิดเพราะท่านจะไม่ดัง
หรือถ้าท่านดัง Traffic ก็อาจไปตกอยู่กับคนอื่น
( googig ยังดังได้เลยงะ ด้วย Concept ใครไม่กิ๊ก googig)
2. ถ้าท่าน ทำเว็บเพื่อระยะยาว .com เท่านั้นที่เขาแนะนำ หรือ .net .org .co.xx เป็นต้น
3. ง่ายต่อการพิมพ์ และเรียกขาน (Thai-seo-submit.com อันนี้ตัวอย่างที่ผิด)
เห่อ เห่อ ผมทำผิดไปหลายเว็บเหมือนกันนะเนี่ย เวลาคนเรียกก็ไม่รู้จะเรียกเว็บนี้ว่าอะไร
ให้คนอื่นเข้าตามได้
รวมถึงการสะกดให้มันอ่านๆได้ ( TTJSKTTT.COM แบบนี้ก็ตัวอย่างที่ผิดครับ)
4.เป็นชื่อที่เรียกง่าย
ึ5.ทำให้มันสั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้ 7.หาชื่อที่เป็น ศิริมงคล (ฝรั่งก็เชื่อดวงหรือนี่) ฟังแล้วเป็นคำในทางบวก
เช่น Hotmail CareerBuilder.com, AutoTrader.com and WebMD.com
6. ใส่ใจเรื่อง Copyright
7.ใส่ใจที่จะสร้างแบรนด์ เช่น Seomoz.com อย่าสนใจแต่เขียนให้เป็นคำ
ออกมา เช่น mortgageforyourhome.com หรือ shoesandboots.com
แต่สำหรับ เว็บ Mfa อาจจะอีกแบบนะครับ มาสร้างแบรนด์กันทุกเว็บคงไม่ไหว
posted by Chitsakon

ป้ายกำกับ:

5 เหตุผลของการนำธุรกิจมาเกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต+adsense

1. เพื่อให้ธุรกิจของตนเองพร้อมให้บริการแก่ลูกค้าทางอินเทอร์เน็ต
เนื่องจากอินเทอร์เน็ตมีผู้ใช้จำนวนเป็นร้อยล้านคนจากทั่วโลก และมีอัตราการเพิ่มขึ้นแบบเท่าตัวทุกปี ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจแล้ว ทุกคนไม่ควร มองข้ามตลาด และช่องทางการตลาดขนาดใหญ่ เช่นนี้ที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่อง สถานประกอบการ เวลาทำการของธุรกิจ ด้วยต้นทุนที่ประหยัด ดังนั้นบริษัทต่างๆ ที่รู้จักคุณประโยชน์ข้อนี้ จึงอดใจไม่ได้ ที่จะต้องพัฒนาธุรกิจ ของตนเอง โดยอาศัยคุณสมบัติของอินเทอร์เน็ตในการเตรียมความพร้อม ให้บริการทาง อินเทอร์เน็ตแก่ลูกค้า ที่เป็นผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ก่อนที่คู่แข่งของตนเองจะจับจองผูกใจลูกค้าไว้หมดแล้ว

2. เพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างเครือข่ายของธุรกิจ
ในการดำเนินธุรกิจการค้า การสร้างความสัมพันธ์กับผู้ที่เกี่ยวข้องในธุรกิจของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ขายวัตถุดิบ หรือ ผู้ให้บริการ ด้านต่างๆ แก่บริษัท เป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก วิธีการสำคัญวิธีหนึ่งที่ นักธุรกิจใช้ในการ สร้างความสัมพันธ์และ เครือข่ายทางธุรกิจ ของตนเอง เมื่อได้มีโอกาสพบผู้ที่เกี่ยวข้องคือ การให้นามบัตร (Business Card) ซึ่งนามบัตรแบบทั่วไป จะให้ข้อมูลว่าตนเอง เป็นใคร อยู่ที่ไหน ขายสินค้า/ให้บริการอะไร แต่ในนามบัตรของนักธุรกิจที่มี Web Site ของตนเองนั้นจะบอกที่อยู่ บนอินเทอร์เน็ตของบริษัท คือ www.company-name.com ทำให้ผู้ที่มีความสนใจในบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้าในต่างประเทศ สามารถดูข้อมูลของบริษัท สินค้า หรือบริการได้อย่างสะดวก และสามารถติดต่อสื่อสารกับบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน และประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งจะทำให้บริษัทมีโอกาสขยายเครือข่ายของธุรกิจได้มากขึ้นอีกด้วย

3. เพื่อให้ข้อมูลของบริษัทพร้อมให้ลูกค้าเข้ามาค้นหาได้
การเผยแพร่ข้อมูลธุรกิจ เพื่อให้ลูกค้าสามารถค้นหาบริษัทได้และทำธุรกิจกับตนเอง ทั่วไปๆ มักจะลงโฆษณา ในสมุดโทรศัพท์หน้าเหลือง หรือ Directory ต่างๆ ซึ่งให้ข้อมูลของบริษัท อาทิ ซื่อ ที่อยู่ เวลาดำเนินการ สินค้า หรือบริการ ในพื้นที่โฆษณาที่จำกัด และ ข้อมูลอาจไม่ทันสมัย ตามสถานการณ์ของบริษัท แต่ในระบบอินเทอร์เน็ต ธุรกิจสามารถ ให้ลูกค้าเข้ามาค้นหา ข้อมูลของบริษัท ได้อย่างง่ายดาย และสามารถลงโฆษณาอะไรก็ได้มากเท่าที่ต้องการ นอกจากนี้ยังสามารถปรับปรุงข้อมูลได้ตลอดเวลา อาทิ การเสนอส่วนลดพิเศษ สำหรับลูกค้าวันนี้ หรือสัปดาห์นี้ การจัดรายการพิเศษเพื่อส่งเสริมการขาย เช่น การตอบปัญหา หรือ การร่วมเล่นเกมต่างๆ ที่จูงใจลูกค้า ซึ่งหากบริษัทมีโอกาสให้ข้อมูลเหล่านี้แก่ลูกค้า จะมีส่วนช่วยให้ลูกค้า ตัดสินใจซื้อสินค้า หรือบริการของ บริษัทได้มากขึ้นอีกด้วย

4. เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้า
ด้วยคุณสมบัติของระบบคอมพิวเตอร์ (Hardware & Software) และคุณสมบัติของเครือข่ายใยแมงมุม (www) ธุรกิจสามารถ ให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยระบบที่ให้ลูกค้า สามารถค้นหาสินค้า และข้อมูลของสินค้า ที่ต้องการจาก ฐานข้อมูลสินค้าของธุรกิจ รวมทั้งวิธีการสั่งซื้อสินค้าและเงื่อนไขต่างๆ ด้วยตนเองตลอดเวลา ทำให้ลูกค้ามีข้อมูล ประกอบการตัดสินใจ ซื้อสินค้าธุรกิจนั้นๆ มีสินค้า หรือ บริการที่ตรงตามความต้องการหรือไม่ ราคาเท่าไร มีจำนวนเท่าไร จะจัดส่งให้โดยวิธีอะไร มีค่าใช้จ่ายในการจัดส่งเท่าไร จะได้รับสินค้าเมื่อไร จะชำระเงินโดยวิธีใด จะให้จัดส่งสินค้าไปที่ไหน สินค้ามีคุณสมบัติอย่างไร วิธีการใช้สินค้า ข้อควรระวังเกี่ยวกับสินค้า เงื่อนไขและส่วนลดพิเศษ ฯลฯ นอกจากนั้นแล้ว ลูกค้ายังสามารถ ตรวจสอบได้อีกว่า สินค้าที่ได้สั่งซื้อไว้แล้ว ได้รับการจัดส่งเมื่อไหร่

5. ขยายผลและขอบเขตการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น
เนื่องจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายที่ทำให้โลกของการติดต่อสื่อสารข้อมูลข่าวสารเป็นไปอย่างไร้พรมแดน ทำให้ข้อมูล การโฆษณา และ ประชาสัมพันธ์ของบริษัท สามารถกระจายไปยัง ใครก็ตาม (anybody) อยู่เมืองใด ประเทศใดก็ตาม (anywhere) ที่สามารถเข้าสู่ ระบบอินเทอร์เน็ต สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ทันสมัยของบริษัทดังกล่าวได้ ในขณะที่การโฆษณาประชาสัมพันธ์ด้วยสื่อๆ อาทิ นิตยสาร วิทยุ โทรทัศน์ จะจำกัดอยู่ในวงของผู้ที่เป็นสมาชิก หรือเครือข่ายการรับส่งของวิทยุ (จังหวัด) หรือโทรทัศน์(ประเทศ) และ ยังถูกจำกัดด้วย ขนาดของคอลัมน์ เวลาออกอากาศ (30 วินาที หรือ 1 นาที) ที่มีค่าใช้จ่ายสูง อย่างไรก็ตาม การใช้สื่อต่างๆ ควบคู่ กับการใช้ อินเทอร์เน็ต จะทำให้ธุรกิจ สามารถเข้าสู่ตลาดและเจาะตลาดได้อย่างรวดเร็วขึ้น เพราะลูกค้าสามารถอาจได้ยินเรื่องราวจากสื่อต่างๆ และ สามารถดู ข้อมูลรายละเอียด เพิ่มเติมจากเว็บไซต์ของบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลูกค้าในต่างประเทศที่เห็นข้อความโฆษณาในนิตยสาร สามารถ เข้ามาค้นหาข้อมูล อย่างละเอียดจากเว็บไซต์บริษัท
posted by Chitsakon

ป้ายกำกับ:

Thai adsense คืออะไร

Google AdSense คือบริการจาก Google ที่ให้ผู้ที่มีเว็บไซต์ สามารถหารายได้โดยการนำ Code ที่ได้จากการสมัครเป็นสมาชิกของ Google มาใส่ไว้ที่เว็บไซต์ของตนเอง ซึ่ง Code นั้นจะเป็น โฆษณาที่ส่งมาจาก Google โดยโฆษณานั้น ๆ จะเป็นโฆษณาที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับเนื้อหาของเว็บไซต์ของคุณ ตัวอย่างเช่นถ้าเว็บไซต์ของคุณเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว โฆษณาที่ส่งมาจาก Google ก็อาจเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับ โรงแรม,สายการบิน เป็นต้น

โฆษณาที่ส่งมาจาก Google นั้น ๆ มีทั้งแบบ Text ,รูปภาพ และมีหลายขนาด ให้คุณได้เลือก นอกจากนั้นยังสามารถเลือกรูปแบบสีได้ตามความต้องการ เพื่อความเหมาะสมกับเว็บไซต์ของคุณ
แล้วโฆษณาต่าง ๆ เหล่านั้นมาจากไหน ??? หลายคงอาจสงสัย โฆษณาต่าง ๆ เหล่านั้นมาจากการทำ Google Adwords ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบริการของ Google ที่ให้ผู้ประกอบการต่าง ๆ ที่ต้องการขายสินค้าหรือบริการต่าง ๆ โฆษณาสินค้าของตนเอง ผ่าน Search Engine ของ google รวมถึงเว็บไซต์อื่นๆ ที่นำ Google Adsense ไปติด เพื่อให้โฆษณาของตนเองอยู่ในตำแหน่งที่เด่น (เมื่อ Search ใน Google) กว่าข้อมูลอื่นที่ได้ผลลัพท์จากการค้นหา

รายได้จาก Google AdSense จะเกิดตอนไหนจะมีอยู่ 2 กรณีครับคือ
• จ่ายเมื่อคลิก (Pay Per Click)เมื่อคนที่เข้าชมเว็บไซต์ของคุณ คลิกที่โฆษณาของ Google AdSense ซึ่งแต่ละคลิกจะได้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับผู้ที่ทำ Google Adwords จ่ายให้ Google มากน้อยเท่าไร ถ้าจ่ายให้มากคุณก็จะได้มากด้วยเช่นกัน
• จ่ายเมื่อแสดงโฆษณา (Pay Per Impression)อันนี้จะจ่ายให้คุณเมื่อมีการแสดงโฆษณา ครบ 1,000 ครั้ง โดยไม่นับว่าจะมีคนคลิกกี่ครั้งก็ตาม คุณจะไม่ได้รายได้จากการคลิก
posted by Chitsakon

ป้ายกำกับ:

Thai adsense

วันนี้แวะมาอัพข่าวประกาศจากทาง google อีกครั้งครับ เกี่ยวกับเจ้า Adsense ที่หลายท่านใช้มันทำเงินกันอยู่เนี่ยล่ะครับ
ทริกหนึ่งที่หลายๆ ท่านทั้งคนไทยและต่างประเทศ นั่นคือการใช้ภาพ มาประกอบด้านข้าง Ads นั่นเองครับ ซึ่งทริกนี้ดูจะช่วยให้ Adsense ของเราได้รับการคลิกมากขึ้นครับ ทำเงินได้เพิ่มขึ้นนั่นเองครับ
แต่มาถึงตอนนี้ เห็นที่จะต้องโบกมืออำลาทริกนี้กันได้แล้วครับ เพราะว่าทาง google ออกมาแจ้งผ่านทาง blog ของ adsense ว่า การนำ image มาใช้ใกล้ๆ กับภาพถือว่า ผิดกฏครับ สาเหตุนั้นคงไม่ต้องบอกครับ
ก็คนที่ทำ Adwords นั่นล่ะครับ เค้าแจ้งกับทาง google ว่า การกระทำแบบนี้ ไม่ยุติธรรมสำหรับเค้า เนื่องมาจากหลายๆ ครั้งของการคลิก ไม่ได้มาจากความสนใจในตัว Ads จริงๆ แต่เป็นการคลิกผิด หรือไม่ตั้งใจ หรือเข้าใจผิดว่า นั่นคือ ส่วนหนึ่ง content ไม่ใช่ Ads ครับ
ซึ่งไม่ว่าคุณจะใช้ เส้นตรงขีดขั้น หรือว่า มีเส้นอะไรกั้น หรือไม่นั้น ก็ถือว่า ผิดกฏ แล้วล่ะครับ ไม่เชื่อลองอ่านกันละเอียดๆ เลยครับ
posted by Chitsakon

ป้ายกำกับ:

Adword and Adsense

adword ถ้าคำนี้ไม่รู้ ก็ไม่โปรแล้วครับ คือการทำโฆษณาเวบของเราให้โชว์ขึ้นทางขวามือ ของ google แล้วมันดียังไงก็ดีตรงที่ใครค้นหาคำว่า ลดน้ำหนัก ก็จะเจอเวบเราที่เราโฆษณาใครทำเป็นหาเงินได้อีกเยอะ แต่จะทำได้ต้องมีครบดังนี้ครับ1.ชอบเรื่องหาเงินหาทองบนเวบ2.มีบัตรเครดิตร ไม่มีก็วุ่นวายครับ อย่าเพิ่งทำ3.สมัครเอารหัสที่ปุ่ม adword ครับ4.กรอกข้อความเป็นขั้นตอน มีภาษาไทยแล้วครับ ไม่ต้องกลัว
posted by Chitsakon

ป้ายกำกับ: ,

Google Adsense มีที่เลื่อนโฆษณาด้วย?

ปกติเวลาเข้าเว็บต่างๆ ผมมักจะมองข้ามโฆษณาไปหมด เพราะเป็นคนที่ชอบกวาดสายตาดู (scan) ก่อนว่ามีอะไรน่าสนใจไหม? โดยเฉพาะ Adsense ของ Google ที่เดี๋ยวนี้เริ่มชิน มองผ่านๆไปอย่างเร็ว คล้ายๆมีคนเคยบอกไว้ว่า สมองมันสั่งให้เรามองไม่เห็นตรงจุดนั้น หรือมองข้ามๆมันไป (Update: เขาเรียกว่าอาการ Ad blindness นี่เอง) แต่วันนี้แปลกใจ ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่าใต้ Ads มัีนมีปุ่มให้กดอยู่



ว่าแล้วก็มือบอนกดซะเลย มันเป็นปุ่มกดเลื่อน Ads ไปมานะครับ เหมือนกับว่าพื้นที่มีน้อย กดเลื่อนดูโฆษณาที่โชว์ไม่หมดได้ ผมก็ไม่แน่ใจว่ามันมีนานหรือยัง แต่ที่แน่ๆ ผมเพิ่งสังเกตเห็นก็วันนี้แหละ หรือจริงๆมันมีของมันอยู่แล้วแต่ผมไม่เห็นก็ไม่รู้

ป้ายกำกับ:

บริการ ทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์

เป็นบริการ โปรโมทเว็บไซต์ โดยใช้เทคนิคการทำ SEO หรือ Search Engine Opimization
ซึ่ง เป็นกระบวนการที่จะทำให้ชื่อเว็บไซต์ของคุณ ปรากฎอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดของผลการค้นหาคำ (Search Keyword) ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ หรือบริการของคุณโดยตรง บนเว็บไซต์ google.com หรือ google.co.th

ปัจจุบันผู้ใช้อินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ ค้นหาข้อมูลสินค้า หรือบริการ ผ่านเว็บไซต์ Major Search Engine เหล่านี้ประมาณ 80% และ จะนิยมคลิก เฉพาะเว็บไซต์ที่ปรากฎอยู่ในหน้าแรก (อันดับ 1 - 10) ของผลของการค้นหาเท่านั้น

เท่ากับว่า ถ้าคุณเปิดร้านขายอาหาร อาหารอร่อย ตกแต่งสวยงาม บรรยากาศดี แต่อยู่ที่ท้ายซอยลึก แห่งหนึ่งในกรุงเทพ ก็คงคาดหวังว่าลูกค้าจะเดินผ่านมาเจอลำบากมาก ... แต่ถ้าคุณประชาสัมพันธ์ที่เว็บลองชิมชั้นนำ ลงโฆษณาหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และอื่นๆ เชื่อว่าไกลแค่ไหน ก็มีคนขับรถลองชิมอาหารที่ร้านของคุณแน่ๆ !!

ในปัจจุบันธุรกิจการ ทำ SEO จึงมีบทบาทที่สำคัญมากสำหรับ การโปรโมทเว็บไซต์ ของท่าน

ขั้นตอนการ โปรโมทเว็บไซต์ ของเรา

1. การวิเคราะห์เว็บไซต์
เมื่อเริ่มการทำ seo ทีมงาน Ingroove จะทำการติดตามและเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงอัลกอริธึม (Algorithm) หรือสูตรในการจัดอันดับของ Google.com ตลอดเวลา ถ้าเกิดอัลกอริธึมมีการเปลี่ยนแปลง เราก็จะทำการเปลี่ยนแปลงสูตรในการ Optimization เว็บไซต์ของลูกค้าโดยทันที เพื่อที่จะทำให้เว็บไซต์ของลูกค้าติดอันดับ Top 10 โดยตลอด

2. ตรวจสอบเว็บไซต์
ทีมงาน Ingroove จะทำการติดตั้งซอฟต์แวร์ Stat Analytics สำหรับวัดผลลูกค้าที่มาจากการทำการ
โปรโมทเว็บไซต์ ของเราโดยเฉพาะ ว่ามาจากคีย์เวิร์ดคำใด เสิร์ชเอนจิ้นอะไร เป็นต้น

3. การรายงานผลอันดับเว็บไซต์
ทีมงาน Ingroove จะส่งรายงานการ ทำ seo โดยจะอันดับของเว็บไซต์ลูกค้าใน Google.com ในแต่ละเดือน โดยจะทำการส่งรายงานเดือนละ 1 ครั้ง

เงื่อนไขการคืนเงินรับประกันการ โปรโมทเว็บไซต์

*รับประกันการ ทำ SEO ให้ติดอันดับ TOP 10 ที่ google ภายใน 4 เดือน

- ยินดีคืนเงินค่าบริการเต็มจำนวนหากการ โปรโมทเว็บไซต์ ไม่ติดอันดับ top 10 ภายใน 4 เดือน
- ยินดีคืนเงินค่าบริการเดือนที่การ โปรโมทเว็บไซต์ ไม่ติดอันดับ top 10
(ตรวจสอบได้จากรายงานผลการติดอันดับประจำเดือน)

ผลงานด้านการ ทำ SEO ของเรา

thippyshop.com keyword “เครื่องสำอาง” , “เครื่องสำอางญี่ปุ่น” อันดับ

ป้ายกำกับ:

วิธีลงทะเบียน Google Adsense ทำอย่างไร

วิธีลงทะเบียน googke Adsense ทำอย่างไร

จากบทความ Google Adsense คืออะไร? (1) ท่านทั้งหลายคงได้พอเข้kใจแล้วว่า Google Adsense คืออะไร ดังนั้นในคราวนี้เราจะมาเรียนรู้กันว่าแล้วเจ้า Google Adsense นั้นจะมีวิธีการลงทะเบียนอย่างไร

ในขณะนี้ Google Adsense ยังไม่รองรับภาษาไทย แต่อีกไม่นานนี้ จะรับเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาที่เป็นภาษาไทยด้วย (ให้ทำเว็บเป็นภาษาอังกฤษ) การสมัครให้คลิกที่ Sign up now >> แล้วกรอกข้อมูลต่าง ๆ ตามที่ Google กำหนด แล้วรอการตอบรับจาก Google ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน ในการตรวจสอบข้อมูล

ข้อมูลที่ต้องกรอกในการสมัคร
Website URL: [?] ใส่ชื่อเว็บของคุณ ตัวอย่างเช่น www.bcoms.net
Website language: เลือกภาษา ให้คุณเลือกเป็น English ครับ
Account type: [?] เลือกประเภทของเว็บคุณ ว่าเป็นเว็บส่วนตัว หรือเว็บเกี่ยวกับธุรกิจ
Country or territory: เลือกประเทศ ในที่นี้เลือกประเทศไทยครับ
Payee name (full name): ใส่ชื่อผู้รับเงิน

** หมายเหตุ คุณไม่สามารถเปลี่ยนชื่อผู้รับเงิน และประเทศได้ หลังจากที่คุณสมัคร ให้ดูดี ๆ ว่ากรอกถูกต้องหรือไม่

Address line 1: , Address line 2 (optional): ใส่ที่อยู่
City: แขวง/ตำบล
State, province or region: จังหวัด
Zip or postal code: รหัสไปรณีย์
Phone: เบอร์โทรศัพท์ เช่น 02-2345868 ก็ให้กรอก 6622345868 หรือ 04-0077562 ก็เป็น 6640077562
Fax (optional): เบอร์ Fax
Email preference: ให้ติ๊กเครื่องหมายถูกครับ (อันนี้ Google จะส่งข้อมูลข่าวสาร รวมถึงทิปต่าง ๆ มาให้คุณครับ)
Product(s): [?] ให้ติ๊กเครื่องหมายถูกทั้ง 2 อันเลยครับ ทั้ง AdSense for Content และ AdSense for Search
Policies ให้ติ๊กเครื่องหมายถูกทั้งหมดเลยครับ อันนี้เป็นข้อตกลงของ Google เช่น จะไม่คลิกโฆษณาบนเว็บของตัวเอง หรือให้คนอื่นคลิก ,ไม่โฆษณาในเว็บที่ไม่เหมะสม ลามกอนาจาร เป็นต้น
Email address: ใส่อีเมล์ของคุณ
Password: ใส่รหัสผ่าน (7 ตัว หรือมากกว่านั้น)
Re-enter password: ใส่ รหัสผ่าน ซ้ำอีกครั้ง

** หมายเหตุ ข้อมูลของคุณต้องกรอกเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด

เมื่อกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ครบแล้วให้คลิกที่ Submit Information
หลังจากนั้นให้คุณไปเช็คอีเมล์ที่ได้สมัครไว้ เพื่อยืนยัน เมื่อยืนยันแล้วให้รอประมาณ 2-3 วัน เพื่อ Google ตรวจสอบข้อมูลของคุณ และจะส่งอีเมล์มาแจ้งว่าคุณสมัครผ่านหรือไม่ ถ้าคุณผ่านการสมัครแล้ว ก็ให้อ่าน วิธีเอา Code ไปติดที่เว็บคุณ ต่อนะครับ

เว็บไซต์ที่ Google ห้ามไม่ให้สมัคร (ถึงสมัครไปก็ไม่ผ่าน)
• ความรุนแรงต่อต้านบุคอื่นกลุ่มหรือองค์กร
• Hacking
• Spam Keyword
• เว็บไซต์การพนัน
• โฆษณาทำเพื่อโฆษณาเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีเนื้อหาอย่างอื่นเลย
• เนื้อหาที่ผิดกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
• สิ่งกระตุ้นให้ผู้ใช้ บุคคลที่สามมาแสวงหาผลประโยชน์
• อาวุธสงคราม
• ขายเครื่องดื่มที่มีแอลกฮอล
• บุหรี่
• การปลอมแปลงสินค้า
• เวปที่โกหกหลอกหลวง
• เว็บลามกอนาจาร

ที่มา: www.makemoney.bcoms.net

ป้ายกำกับ:

Google Adsense คืออะไร?

Google AdSense คือบริการจาก Google ที่ให้ผู้ที่มีเว็บไซต์ สามารถหารายได้โดยการนำ Code ที่ได้จากการสมัครเป็นสมาชิกของ Google มาใส่ไว้ที่เว็บไซต์ของตนเอง ซึ่ง Code นั้นจะเป็น โฆษณาที่ส่งมาจาก Google โดยโฆษณานั้น ๆ จะเป็นโฆษณาที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับเนื้อหาของเว็บไซต์ของคุณ ตัวอย่างเช่นถ้าเว็บไซต์ของคุณเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว โฆษณาที่ส่งมาจาก Google ก็อาจเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับ โรงแรม,สายการบิน เป็นต้น
โฆษณาที่ส่งมาจาก Google นั้น ๆ มีทั้งแบบ Text ,รูปภาพ และมีหลายขนาด ให้คุณได้เลือก นอกจากนั้นยังสามารถเลือกรูปแบบสีได้ตามความต้องการ เพื่อความเหมาะสมกับเว็บไซต์ของคุณ

แล้วโฆษณาต่าง ๆ เหล่านั้นมาจากไหน ??? หลายคงอาจสงสัย โฆษณาต่าง ๆ เหล่านั้นมาจากการทำ Google Adwords ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบริการของ Google ที่ให้ผู้ประกอบการต่าง ๆ ที่ต้องการขายสินค้าหรือบริการต่าง ๆ โฆษณาสินค้าของตนเอง ผ่าน Search Engine ของ google รวมถึงเว็บไซต์อื่นๆ ที่นำ Google Adsense ไปติด เพื่อให้โฆษณาของตนเองอยู่ในตำแหน่งที่เด่น (เมื่อ Search ใน Google) กว่าข้อมูลอื่นที่ได้ผลลัพท์จากการค้นหา

รายได้จาก Google AdSense จะเกิดตอนไหน
จะมีอยู่ 2 กรณีครับคือ
• จ่ายเมื่อคลิก (Pay Per Click)
เมื่อคนที่เข้าชมเว็บไซต์ของคุณ คลิกที่โฆษณาของ Google AdSense ซึ่งแต่ละคลิกจะได้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับผู้ที่ทำ Google Adwords จ่ายให้ Google มากน้อยเท่าไร ถ้าจ่ายให้มากคุณก็จะได้มากด้วยเช่นกัน
• จ่ายเมื่อแสดงโฆษณา (Pay Per Impression)
อันนี้จะจ่ายให้คุณเมื่อมีการแสดงโฆษณา ครบ 1,000 ครั้ง โดยไม่นับว่าจะมีคนคลิกกี่ครั้งก็ตาม คุณจะไม่ได้รายได้จากการคลิก

นอกจากโฆษณาต่าง ๆ แล้ว การแนะนำ บริการต่าง ๆ ของ Gogle เมื่อมีคนใช้บริการ คุณก็จะมีรายได้จากการแนะนำนั้นด้วยซึ่งมีอยู่ดังต่อไปนี้

Google AdSense
• ค่าตอบแทน $5 หากมีผู้ที่สมัคร Google Adsense ผ่าน Referral ของคุณและได้ $5 ภายใน 180 วัน
• ค่าตอบแทน $250 หากภายใน 180 วันถ้าผู้ที่สมัคร Google Adsense ผ่าน Referral ของคุณสามารถทำได้ $100 โดยผู้ที่สมัครต่อจากคุณต้องกรอก PIN ก่อนคุณถึงจะได้รับค่าตอบแทน
• ค่าตอบแทน $2,000 หากคุณมี 25 คนที่สมัครต่อจากคุณภายในระยะเวลา 180 วัน ที่สามารถทำได้มากกว่า $100 คุณจะได้รับโบนัสเพิ่มทันที (โบนัสจะได้รับ 1 ครั้ง/ปี)

Google AdWords
• ค่าตอบแทน $5 หากมีผู้ที่สนในลงโฆษณากับ Google Adwords ผ่าน Referred ของคุณและชำระค่าบริการ $5
• ค่าตอบแทน $40 หากผู้ที่ลงโฆษณากับ Google Adwords ใช้บริการโฆษณาและชำระค่าบริการ $100 ภายใน 90 วัน
• ค่าตอบแทน $600 หากมีผู้สมัครผ่านคุณ 25 คนที่ลงโฆษณากับ Google Adwords โดยผู้ที่โฆษณาใครก็ตามที่ชำระค่าบริการมากกว่า $100 ภายใน 90 วัน คุณจะได้รับโบนัสเพิ่มทันที (โบนัสจะได้รับ 1 ครั้ง/ปี

Firefox
คุณจะได้ 1$ เมื่อมีคนดาวน์โหลด Firefox จากเว็บของคุณ แต่ผู้ดาวน์โหลดนั้น ๆ ต้องไม่เคยติดตั้ง Firefox มาก่อน (แต่อย่างไรผมก็ได้แค่ 10 เซ็นต์ ทำไมเป็นแบบนั้น ???)

AdSense for search
คุณจะได้เงินมีคนมาใช้ Googel Search Box จากเว็บของคุณ แล้วคลิกโฆษณาผลลัพท์ที่ได้จากการ Search นั้น ๆ (เว็บไซต์ที่ อยู่ในตำแหน่งสปอนเซอร์ จะอยู่ด้านบน เป็นกรอบที่เด่นชัด) ค่าตอบแทนจะได้มากหรือน้อยขึ้นอยุ่กับ Keyword ที่ผู้ใช้ค้นหา ซึ่งจะไม่เท่ากัน

Google Apps
Google Apps คือระบบที่เหมาะสำหรับองค์กรธุรกิจ โรงเรียน มหาวิทยาลัย ซึ่งในระบบจะมีบริการต่างๆที่สมาชิกในกลุ่มใช้ได้ เช่น อีเมลล์ ระบบการการสนทนาผ่าน Instant Massaging ระบบปฎิทิน ที่ทุกคนสามารถเข้าไปใช่ร่วมกันได้ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างภายในสมาชิก ระบบทั้งหมด Google เป็นผู้ให้บริการ โดยที่คุณไม่ต้องลงทุนอุปกรณ์และค่าซอฟท์แวร์แต่อย่างใด รวมถึงไม่ต้องเสียค่าบำรุงรักษา

คุณจะได้รับ $5 จากที่มีผู้สนใจคลิกโฆษณา Google Apps ผ่านเว็บไซด์ของคุณและได้ทำการลงทะเบียนอย่างเสร็จสมบูณณ์ อย่างไรก็ตามหากผู้ที่สนใจไม่ได้สมัคร Google Apps ทันทีก็ตามระบบจะเก็บขอมูลการคลิกโฆษณา Google Apps จากเว็บไซด์ของคุณต่ออีกเป็นเวลา 4 สัปดาห์ นั่นหมายถึงเขาอาจจะสมัครหลังจากนั้นก็ได้ แล้วคุณก็ยังได้รับรายได้อยู่

Google Checkout
Google Checkout คือระบบการจับจ่ายซื้อสินค้าที่สะดวก ปลอดภัยและรวดเร็ว ด้วยระบบการรับชำระของ Google Checkout คุณสามารถทำรายการสั่งซื้อและจ่ายค่าสินค้าตลอดจนตรวจสอบรายการ การสั่งซื้อหรือการจ่ายค่าสินค้าได้ด้วยตัวเองผ่านหน้าเว็บไซด์

คุณจะได้รับ $1 ถ้ามีผู้ที่สมัครบัญชี Google Checkout ผ่านการแนะนำจากเว็บไซด์ของคุณ และได้ทำรายการสั่งซื้อสินค้าภายใน 90 วันและรายการทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์จนการชำระค่าสินค้าเสร็จสิ้น โดยมูลค่าของสินค้าต้องมีมูลค่า $10 ขึ้นไป ก่อนที่รวมภาษีและค่าขนส่ง ภายใน 7 วัน

ทีนี้ก็รู้จัก Google AdSense กันแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง อยากทำกันบ้างหรือเปล่า ??


ที่มา http://www.makemoney.bcoms.net/

ป้ายกำกับ:

Google Adsense Ad แบบใหม่


Google ปล่อย Format ของ adsense ออกมาใหม่อีกแล้ว คราวนี้เป็นขนาด 200×200 ครับ



ลองเลือกใช้กันได้ตามใจชอบครับ ส่วน Ads แบบอื่นๆก็ดูได้ที่ Google Adsense Ad Formats

ป้ายกำกับ: , ,

Google เตือนการติดรูปไว้ข้าง Adsense

หลายๆท่านอาจจะทราบดีแล้วว่าการติดรูปเล็กๆไว้ข้าง Adsense สามารถช่วยเพิ่มอัตราการคลิ๊กได้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะรูปสามารถดึงความสนใจไปตรงโฆษณาได้ และก็สามารถทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ว่าโฆษณากับรูปนั้นสัมพันธ์กัน ก็เลยกดเข้าไป

แม้ว่าเราจะเอาช่องว่างมาคั่นกลาง หรือเอาขอบมาใส่ เส้นมาขวาง ให้ดูว่ารูปนั้นห่างจาก Adsense ไม่เกี่ยวกัน ซึ่งก็ปฏิบัติกันเป็นส่วนใหญ่ และทาง Google ก็เหมือนจะอนุโลมให้มานาน แต่แล้วตอนนี้ Google ก็ประกาศมาชัดเจนขึ้นว่าการที่เอารูปเล็กๆมาวางข้างๆ ไม่ว่าจะมีเส้นหรือช่องว่างคั่น และการปรับแต่งรูปให้เรียงเข้าตาม ads ที่ชวนให้เข้าใจผิด นั้นไม่สามารถทำได้แล้ว

ตัวอย่างที่ Google ไม่ปลื้ม และไม่อนุญาตให้ทำแล้ว อย่าทำตาม




แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะไม่สามารถติดรูปกับ Adsense ได้อีกต่อไป เพียงแต่รูปและการปรับแต่งนั้น ต้องไม่ชวนให้คนเข้าใจผิดว่ารูปกับ ads เป็นเรื่องเดียวกัน

ซึ่งงานนี้คงเป็นผลดีกับผู้ที่ลงโฆษณาใน Adwords กันมากขึ้น เพราะจะได้ไม่ต้องเสียเงินค่าคลิ๊กให้กับคนที่ไม่สนใจโฆษณาแต่หลงเข้ามา ส่วนคนที่ทำ Adsense แบบนี้อยู่ ก็คงต้องวุ่นวายปรับแต่งกันล่ะครับ แต่อย่างว่าถ้าคนลงโฆษณาเขาเดือดร้อน เขาก็จะไม่โฆษณา คนที่ทำ Adsense ก็จะไม่มี ads หรือ ads ราคาต่ำๆ ยังไงๆก็คงต้องถนอมน้ำใจกันไว้บ้างล่ะงานนี้

ป้ายกำกับ: , ,

rule google adsense

Google Adsense เปลี่ยนกฎและเงื่อนไขใหม่หลายๆอย่าง ผมเลยสรุปคร่าวๆจาก JenSense มาให้อ่านนะครับ เผื่อใครที่กำลังทำอยู่จะได้ปรับเปลี่ยนทัน ก่อนที่จะโดนแบนเอาง่ายๆ


Referrals

- ใส่เพิ่มได้จากเดิม 1 product 1 อัน (ปุ่มหรือข้อความก็แล้วแต่) เป็น 2 อันต่อ 1 product ใน 1 หน้า

- ห้ามมีเงื่อนไขต่างๆกับผู้ใช้เวลาใช้ referral เช่น กรอก email ก่อนแล้วถึงจะไปหน้าที่มี referral (คงกันเราแอบเก็บข้อมูลผู้ใช้ก่อน)

Adsense กับรูปข้างๆ

- เพิ่มเป็นกฎไปเลยว่า “ห้ามดึงความสนใจมาที่ Ad ด้วยลูกศรหรือรูปอื่นๆ” และ “ห้ามวางรูปที่ชวนให้เข้าใจผิดข้างๆ Ad”

Adsense for Search

- ให้มีได้แค่ 1 link unit เท่านั้นในหน้าผลลัพท์ของ Google Search

Domain Paking

- Google เอาหัวข้อนี้ออกไป (แต่ถ้าทำ Paking ก็จะผิดกฎอยู่ดีเพราะหน้านั้นไม่มีเนื้อหา)

ห้ามเป็นเว็บประเภทขายหรือแจกจ่าย essay

- เว็บต้องห้าม เพิ่มเว็บประเภทขายหรือแจกจ่าย student essay (กันการ arbitrage แน่ๆ)

Copyright

- ห้ามวาง Adsense ในเว็บที่ละเมิดลิขสิทธิ์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น เพลง วิดีโอ หรือเนื้อหาก็ตาม

Competitive Ads

- สำคัญมาก เพราะ Google ห้ามวาง Ad ที่รูปร่างหน้าตาคล้ายกันกับ Adsense เช่นดูแล้วหน้าตาคล้ายๆกัน สีเหมือนกัน หรือไม่มีขอบเหมือนกัน หรือแม้กระทั่งพวก “Ads by ทั้งหลายแหล่” ใน site (ทั้งเว็บ ไม่ใช่หน้านั้น) เพราะฉะนั้นจะทำการหมุน Ad สลับไปมาก็เข้าข่ายเหมือนกัน

- เพิ่มเติม Google อนุญาตให้ติด Contextual Ads อื่นๆ ด้วยกันได้แล้วแต่อย่าทำให้หน้าตาเหมือนกันกับ Adsense

จำไว้ว่าหน้าตาของ Ad ต้องไม่เหมือนกันกับ Adsense ไม่ว่าจะเป็น contextually หรือไม่ก็ตาม

ป้ายกำกับ: , , ,

AdSense

AdSense is an ad serving application run by Google Inc. Website owners can enroll in this program to enable text, image, and more recently, video advertisements on their websites. These advertisements are administered by Google and generate revenue on either a per-click or per-impression basis. Google beta tested a cost-per-action service, but discontinued it in October 2008 in favor of a DoubleClick offering (also owned by Google).[1]

Overview
Google uses its Internet search technology to serve advertisements based on website content, the user's geographical location, and other factors. Those wanting to advertise with Google's targeted advertisement system may enroll through AdWords. AdSense has become a popular method of placing advertising on a website because the advertisements are less intrusive than most banners, and the content of the advertisements is often relevant to the website.

Currently, AdSense uses JavaScript code to incorporate the advertisements into a participating website. If the advertisements are included on a website that has not yet been crawled by the Mediabot, AdSense will temporarily display advertisements for charitable causes, also known as public service announcements (PSAs). (The Mediabot is different from the Googlebot, which maintains Google's search index.)

Many websites use AdSense to monetize their content. AdSense has been particularly important for delivering advertising revenue to small websites that do not have the resources for developing advertising sales programs and sales people. To fill a website with advertisements that are relevant to the topics discussed, webmasters implement a brief script on the websites' pages. Websites that are content-rich have been very successful with this advertising program, as noted in a number of publisher case studies on the AdSense website.

Some webmasters invest significant effort into maximizing their own AdSense income. They do this in three ways:[citation needed]

They use a wide range of traffic-generating techniques, including but not limited to online advertising.
They build valuable content on their websites that attracts AdSense advertisements, which pay out the most when they are clicked.
They use text content on their websites that encourages visitors to click on advertisements. Note that Google prohibits webmasters from using phrases like "Click on my AdSense ads" to increase click rates. The phrases accepted are "Sponsored Links" and "Advertisements".
The source of all AdSense income is the AdWords program, which in turn has a complex pricing model based on a Vickrey second price auction. AdSense commands an advertiser to submit a sealed bid (i.e., a bid not observable by competitors). Additionally, for any given click received, advertisers only pay one bid increment above the second-highest bid.


[edit] History
The underlying technology behind AdSense was derived originally from WordNet, Simpli (a company started by the founder of Wordnet, George A. Miller), and a number of professors and graduate students from Brown University, including James A. Anderson, Jeff Stibel, and Steve Reiss.[2] A variation of this technology utilizing WordNet was developed by Oingo, a small search engine company based in Santa Monica founded in 1998 by Gilad Elbaz and Adam Weissman.[3][4] Oingo changed its name to Applied Semantics in 2001,[5] which was later acquired by Google in April 2003 for US$102 million.[6]


[edit] Types

[edit] AdSense for Feeds
In May 2005, Google announced a limited-participation beta version of AdSense for Feeds, a version of AdSense that runs on RSS and Atom feeds that have more than 100 active subscribers. According to the Official Google Blog, "advertisers have their ads placed in the most appropriate feed articles; publishers are paid for their original content; readers see relevant advertising—and in the long run, more quality feeds to choose from."[7]

AdSense for Feeds works by inserting images into a feed. When the image is displayed by a RSS reader or Web browser, Google writes the advertising content into the image that it returns. The advertisement content is chosen based on the content of the feed surrounding the image. When the user clicks the image, he or she is redirected to the advertiser's website in the same way as regular AdSense advertisements.

AdSense for Feeds remained in its beta state until August 15, 2008, when it became available to all AdSense users.


[edit] AdSense for search
A companion to the regular AdSense program, AdSense for search, allows website owners to place Google search boxes on their websites. When a user searches the Internet or the website with the search box, Google shares any advertising revenue it makes from those searches with the website owner. However the publisher is paid only if the advertisements on the page are clicked: AdSense does not pay publishers for mere searches.


[edit] AdSense for mobile content
AdSense for mobile content allows publishers to generate earnings from their mobile websites using targeted Google advertisements. Just like AdSense for content, Google matches advertisements to the content of a website — in this case, a mobile website.


[edit] AdSense for domains
Adsense for domains allows advertisements to be placed on domain names that have not been developed. This offers domain name owners a way to monetize domain names that are otherwise dormant. Adsense for domains is currently being offered to some users, with plans to make it available to all in stages.

On December 12, 2008, TechCrunch reported that AdSense for Domains is available for all US publishers.[8]


[edit] AdSense for video
AdSense for video allows publishers with video content to generate revenue using ad placements from Google's extensive Advertising network. AdSense for video display both InVideo overlay and text overlay ads.


[edit] XHTML compatibility
As of September 2007, the HTML code for the AdSense search box does not validate as XHTML, and does not follow modern principles of website design because of its use of

non-standard end tags, such as and ,
the attribute checked rather than checked="checked",
presentational attributes other than id, class, or style — for example, bgcolor and align,
a table structure for purely presentational (i.e., non-tabular) purposes,1 and
the font tag.2
1: using a table structure for unintended purposes is strongly recommended against by the W3C[citation needed], but nevertheless does not cause a document to fail validation — there is currently no algorithmic method of determining whether a table is used "correctly" (for displaying tabular data or for displaying elements, that get proportionally wider or narrower when browser window resizes in width without active client side scripting).
2: the font tag is deprecated but does not fail validation in any XHTML standard.

Additionally, the AdSense advertisement units use the JavaScript method document.write(), which does not work correctly when rendered with the application/xhtml+xml MIME type. The units also use the iframe HTML tag, which is not validated correctly with the XHTML 1.0 Strict or XHTML 1.0 Transitional DOCTYPEs.

The terms of the AdSense program forbid its affiliates from modifying the code, thus preventing these participants from having valid XHTML websites.

However, a workaround has been found by creating a separate HTML webpage containing only the AdSense advertisement units, and then importing this page into an XHTML webpage with an object tag.[9] This workaround appears to be accepted by Google.[10]


[edit] How AdSense works
This article contains instructions, advice, or how-to content. The purpose of Wikipedia is to present facts, not to train. Please help improve this article either by rewriting the how-to content or by moving it to Wikiversity or Wikibooks.

The webmaster inserts the AdSense JavaScript code into a webpage.
Each time this page is visited, the JavaScript code uses inlined JSON to display content fetched from Google's servers.
For contextual advertisements, Google's servers use a cache of the page to determine a set of high-value keywords. If keywords have been cached already, advertisements are served for those keywords based on the AdWords bidding system. (More details are described in the AdSense patent.)
For site-targeted advertisements, the advertiser chooses the page(s) on which to display advertisements, and pays based on cost per mille (CPM), or the price advertisers choose to pay for every thousand advertisements displayed.[11][12]
For referrals, Google adds money to the advertiser's account when visitors either download the referred software or subscribe to the referred service.[13] The referral program was retired in August 2008.[14]
Search advertisements are added to the list of results after the visitor performs a search.
Because the JavaScript is sent to the Web browser when the page is requested, it is possible for other website owners to copy the JavaScript code into their own webpages. To protect against this type of fraud, AdSense customers can specify the pages on which advertisements should be shown. AdSense then ignores clicks from pages other than those specified.

[edit] Abuse
Some webmasters create websites tailored to lure searchers from Google and other engines onto their AdSense website to make money from clicks. These "zombie" websites often contain nothing but a large amount of interconnected, automated content (e.g., a directory with content from the Open Directory Project, or scraper websites relying on RSS feeds for content). Possibly the most popular form of such "AdSense farms" are splogs (spam blogs), which are centered around known high-paying keywords. Many of these websites use content from other websites, such as Wikipedia, to attract visitors. These and related approaches are considered to be search engine spam and can be reported to Google.[citation needed]

A Made for AdSense (MFA) website or webpage has little or no content, but is filled with advertisements so that users have no choice but to click on advertisements. Such pages were tolerated in the past, but due to complaints, Google now disables such accounts.

There have also been reports of Trojan horses engineered to produce counterfeit Google advertisements that are formatted looking like legitimate ones. The Trojan downloads itself onto an unsuspecting computer through a webpage and then replaces the original advertisements with its own set of malicious advertisements.[15]


[edit] Criticism
Due to concerns about click fraud, 'Google AdSense' has been criticized by some search engine optimization firms as a large source of what Google calls "invalid clicks", in which one company clicks on a rival's search engine advertisements to drive up the other company's costs.[16]

To help prevent click fraud, AdSense publishers can choose from a number of click-tracking programs.[citation needed] These programs display detailed information about the visitors who click on the AdSense advertisements. Publishers can use this to determine whether or not they have been a victim of click fraud. There are a number of commercial tracking scripts available for purchase.

The payment terms for webmasters have also been criticized.[17] Google withholds payment until an account reaches US$100,[18] but many micro content providers[citation needed] require a long time—years in some cases—to build up this much AdSense revenue. However, Google will pay all earned revenue greater than US$10 when an AdSense account is closed.

Many website owners complain that their AdSense accounts have been disabled just before they were supposed to receive their first paycheck from Google. Google claims accounts have been disabled due to click fraud.[citation needed]

Google came under fire when the official Google AdSense Blog showcased the French video website Imineo.com. This website violated Google's AdSense Program Policies by displaying AdSense alongside sexually explicit material. Typically, websites displaying AdSense have been banned from showing such content.[19] Some sites have been banned for distributing copyright material even when they hold the copyright themselves or are authorized by the copyright holder to distribute the material.[20]

ป้ายกำกับ: , ,